“ชิงเหอ ชิงเหอ ชิงเหอ ชิงเหอ...” หลิวซิ่วพึมพำเรียกชื่อลูกสะใภ้ สีหน้าลังเลปนกระอักกระอ่วน
ที่จริงเธอก็รู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย แม้จะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน พูดคุยกันก็คงไม่เป็นไร แต่เธอถามด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ยังไม่ทันเอ่ยปากก็รู้สึกผิดขึ้นมาก่อนแล้ว
ในห้องเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ ซ่งชิงเหอยืนอยู่ข้างเตียงเด็ก มองซือฉีน้อยกับหนิงหนิงน้อยที่กำลังหลับ เด็กเล็กไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่เงียบสนิท เมื่อครู่ตอนผู้อำนวยการเหรินกับคนอื่น ๆ มากัน เด็กทั้งสองก็อยู่ในห้องนี้เหมือนกัน
ตราบใดที่ไม่ส่งเสียงดังแสบหู ก็ไม่เป็นไรหรอก
ลู่หวยเฉินนั่งอยู่บนโซฟา กำลังทาวัสดุพอกแผลให้ตัวเอง ตอนนี้หลังฝังเข็มเสร็จเขาก็ไม่จำเป็นต้องพักแล้ว ทั้งยังทาวัสดุพอกแผลเองได้ ที่จริงเขาอยากให้ชิงเหอช่วยทาให้ แต่แม่อยู่บ้านด้วย เขาคิดว่าคงไม่ค่อยเหมาะ...
ซ่งชิงเหอกับลู่หวยเฉินได้ยินหลิวซิ่วเรียกตั้งแต่ในลานบ้านมาจนถึงห้องโถงกลาง จึงเงยหน้ามองกัน
“แม่ มีอะไรหรือคะ?” ซ่งชิงเหอถาม
หลิวซิ่วมองขาของลู่หวยเฉินก่อน จากนั้นก็เดินไปข้างเตียงเด็ก มองเด็กน้อยสองคนที่กำลังกอดตุ๊กตาหลับปุ๋ย
แล้วเธอก็กระแอมเบา ๆ ก่อนเอ่ยว่า “แม่แค่อยากถามลูกว่า เมื่อกี้ผู้อำนวยการกับคนอื่น ๆ คุยอะไรกับลูกบ้าง...”
น้ำเสียงฟังดูเก้อเขินไม่น้อย
พูดจบก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะ จึงรีบแก้ตัวเสียยกใหญ่ “ฮ่า ๆ... แม่แค่สงสัย ลูกจะเล่าหรือไม่เล่าก็ได้ ที่จริงก็ไม่ได้สงสัยหรอก แค่อยากรู้ อยากฟังความคิดของลูกน่ะ เฮ้อ จริง ๆ ความคิดของแม่ก็ไม่สำคัญหรอก แม่แค่คิดถึงครอบครัว ฮ่า ๆ...”
