ซ่งชิงเหอรู้ว่าหลิวซิ่วเป็นห่วงเธอ มโนธรรมที่มีอยู่น้อยนิดจึงโผล่ขึ้นมาบ้าง
เธออธิบายว่า “แม่ หนูซื้อของมาเยอะเลย เรากำลังจะไปตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว ผู้ใหญ่พออดทนได้ แต่ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าต้องดูแลให้ดีหน่อย หนูกลัวว่าพอเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแล้วเด็กสองคนจะป่วยไม่สบาย เลยซื้อของหลายอย่างส่งไปก่อน”
แม้วันนี้จะยังไม่ได้ส่ง แต่พรุ่งนี้ก็จะส่งแล้ว
พอได้ยินเธอพูดเช่นนี้ สีหน้าของหลิวซิ่วก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย เด็กเล็กเป็นของมีค่า ต้องเลี้ยงดูให้ดีถึงจะถูก
เธอพูดว่า “ถึงอย่างนั้นก็กลับเอาป่านนี้ไม่ได้ ลูกผู้หญิงคนเดียวออกไปข้างนอกอันตรายแค่ไหน กลางคืนก็มืดตึ๊ดตื๋อด้วย”
ซ่งชิงเหอพยักหน้า “ได้ค่ะ พรุ่งนี้หนูออกไปแล้วจะรีบกลับ”
“พรุ่งนี้ยังจะออกไปอีกเหรอ!” หลิวซิ่วร้องเสียงหลง ซื้อของมาทั้งวันแล้วยังใช้เงินไม่หมดอีกหรือไง
ซ่งชิงเหอตอบอย่างเป็นธรรมชาติ “ใช่ค่ะ หนูอยากส่งของไปให้มากกว่านี้ แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ พรุ่งนี้หนูจะกลับเร็วหน่อย”
หลิวซิ่วมีสีหน้าคลางแคลงใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“หนูจะไปผัดผักนะคะ เดี๋ยวเรากินข้าวกัน หนูซื้อห่านย่างกับเป็ดย่างมาจากร้านอาหารรัฐวิสาหกิจด้วย” ซ่งชิงเหอรู้สึกหิวจนแทบรอไม่ไหว อยากกินข้าวเดี๋ยวนี้เลย
หลิวซิ่วไม่มีเวลาคิดอะไรแล้ว รีบพูดขึ้นว่า “แม่ผัดเอง แม่ผัดเอง ลูกไปพักเถอะ อย่าเข้าครัวเลย”
อาหารเช้าที่ซ่งชิงเหอทำคราวก่อนยังติดตาเธอแจ่มชัด จะปล่อยให้เจ้าตัวเข้าครัวทำอาหารอีกไม่ได้แล้ว ถ้าทำอีกสักครั้ง ไม่แน่ว่าเธออาจระเบิดครัวทิ้งด้วยซ้ำ
เธอรับความโชคดีแบบนี้ไม่ไหวหรอก!
ซ่งชิงเหอเห็นหลิวซิ่วจะไปทำกับข้าวก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอยิ้มแล้วพูดว่า “งั้นหนูเอาผักออกมาให้ แล้วจะไปดูต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าหน่อยนะคะ แม่อย่าลืมผัดผักใส่กระเทียมนะคะ ผัดแบบนั้นอร่อย”
