ซ่งชิงเหอนับดูแล้วเพิ่งข้ามมิติมาได้ไม่กี่เดือน แต่กลับรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปนานมาก
ตั้งแต่คลอดหนิงหนิงน้อยกับซือฉีน้อย ย้ายมาอยู่ค่ายทหาร รักษาขาของลู่หวยเฉิน จนถึงตอนนี้ได้เข้าทำงานเป็นแพทย์แผนจีนในโรงพยาบาลทหาร เรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าชาตินี้ยังมีโอกาสได้กลับไปหรือเปล่า แต่เธอก็ไม่อยากกลับแล้ว ที่นี่มีหนิงหนิงน้อยกับซือฉีน้อย ชีวิตก็สุขสบายดี ไม่ต้องกังวลอะไร
ลู่หวยเฉินรู้สึกว่าตอนนี้สีหน้าของซ่งชิงเหอดูห่างเหินเหลือเกิน ราวกับมีบางสิ่งกั้นกลางระหว่างเขากับเธอ เหมือนอยู่กันคนละโลก
หัวใจเขาพลันบีบรัด อดไม่ได้ที่จะเอื้อมไปคว้ามือซ่งชิงเหอไว้
ซ่งชิงเหอหันมองลู่หวยเฉินอย่างสงสัย
“แค่ก ๆ ลองคิดดูสิว่าตรงนี้อยากจัดวางยังไง แล้วก็คิดหรือยังว่าจะเขียนอะไรบนป้ายร้านยา?” ลู่หวยเฉินถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ซ่งชิงเหอพยักหน้า “น่าจะจัดแต่งสักหน่อยจริง ๆ ฉันเอากระดาษกับปากกามาด้วย เดี๋ยววาดแบบก่อน แล้วค่อยเขียนสิ่งที่คิดไว้ลงไป”
ถึงอย่างไรก็เป็นสถานที่ที่เธอจะใช้ทำงานต่อไป คุ้มค่าที่จะใส่ใจตกแต่งสักหน่อย
“โอ๊ย ๆ ฉันเดินผิดทางแล้ว ขอโทษนะ” จู่ ๆ เสี่ยวหลี่ก็ถือไม้กวาดพรวดเข้ามา แล้วก็เห็นผู้บังคับกองร้อยลู่ของเขากำลังจับมือพี่สะใภ้อยู่พอดี
สายตาที่มองกันหวานซึ้งเสียจนชวนใจสั่น เขาไม่เคยเห็นผู้บังคับกองร้อยลู่ทำสีหน้าแบบนี้มาก่อนเลย ช่างกระแทกใจจริง ๆ
เสี่ยวหลี่ผลักประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ปิดประตูหนีออกไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
