ซ่งชิงเหอไม่ได้รับปากอะไรกับจ้าวเหมยเหมย เพียงยิ้มแล้วพูดว่า “ครูจ้าวยังไงก็ต้องมาทำงานที่บ้านฉันอยู่แล้ว ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรหรอกค่ะ”
ในเมื่ออีกฝ่ายสนิทกับคุณนายหลินมานาน หลายปีมานี้คงเคยตระเวนหาหมอรักษาโรคมาไม่น้อย และเข้าใจโรคหอบหืดแต่กำเนิดเป็นอย่างดี
ต่อให้เธอพูดเกินจริงว่าตัวเองเก่งแค่ไหน อีกฝ่ายก็คงไม่เชื่อว่าเธอจะรักษาโรคนี้ให้หายได้
พอหลิวซิ่วได้ยินซ่งชิงเหอพูดแบบนั้น ก็รีบพยักหน้าหงึก ๆ ตาม “ชิงเหอของแม่พูดถูกแล้ว ถึงตอนนั้นก็ลองรักษาดู ถ้าได้ผลก็ดีที่สุด แต่ครูจ้าว แม่บอกเลยนะ ชิงเหอของแม่เก่งมาก ตอนนี้ยังไม่มีโรคไหนที่ชิงเหอรักษาไม่หายหรอก อีกเดี๋ยวคุณก็รู้เอง...”
เธอมั่นใจในฝีมือการรักษาของลูกสะใภ้มาก
“ใช่แล้ว เหมยเหมยลองดูก็ได้ ตอนนั้นอาการของชูอวิ๋นฉุกเฉินขนาดนั้น ยังถูกหมอซ่งดึงกลับมาจากปากเหวแห่งความตายได้เลย ฉันเองก็เชื่อใจหมอซ่ง เธอเก่งกว่าหมอข้างนอกพวกนั้นตั้งเยอะ ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสฉีที่คุณไปหาก็ยังยอมรับในฝีมือเธอ ตอนนี้เขาเที่ยวบอกใครต่อใครว่าหมอซ่งเก่งมาก!” หลินฮวาชื่นชมซ่งชิงเหออย่างสูง
เธอยังอยากบอกอีกว่าคนระดับสูงก็ให้ความสำคัญกับหมอซ่งมาก แต่พูดออกมาตรง ๆ ไม่ได้
จ้าวเหมยเหมยรู้เรื่องของเฉินชูอวิ๋นดี พอนึกถึงอาการของอีกฝ่ายในตอนนั้น ใจก็เต็มไปด้วยความคาดหวังต่อหมอซ่ง
หมอซ่งคนนี้ดูเก่งมากจริง ๆ ส่วนโรคของเธอก็ทำให้ลำบากมาหลายปีแล้ว
“ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนหมอซ่งแล้ว...” แววตาของจ้าวเหมยเหมยเป็นประกายขึ้น
