ค่ายทหารอยู่ห่างจากตัวเมืองมาก ขับรถทหารไปต้องใช้เวลาราวสองชั่วโมงครึ่ง
สองข้างทางเป็นทะเลทรายโกบีและผืนทรายสีเหลือง รถโยกคลอนตลอดทาง รังสีอัลตราไวโอเลตทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือรุนแรงมาก แต่ตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้า จึงสัมผัสได้เพียงลมแห้ง ๆ ที่พัดปะทะใบหน้า
“ชิงเหอ รีบเอาผ้าคลุมหน้าและหัวไว้เร็ว ลมที่พัดมามีแต่ทรายทั้งนั้น ไม่แปลกเลยที่ทุกคนต้องโพกผ้าคลุมหัว” หลิวซิ่วหยิบผ้าฝ้ายผืนหนึ่งออกจากห่อผ้าแล้วยื่นให้ซ่งชิงเหอ
ลูกสะใภ้ของเธอผิวพรรณบอบบางขนาดนี้ อย่าให้โดนลมจนเสียโฉมเลย
ผ้าฝ้ายสีพื้นน้ำเงินลายดอกเล็ก ๆ ดูธรรมดา เป็นผ้าที่หลิวซิ่วเตรียมใส่ห่อผ้าไว้โดยเฉพาะ
ซ่งชิงเหอรับผ้ามาคลุมศีรษะ “ขอบคุณค่ะ แม่”
เพียงนำผ้าฝ้ายผืนเรียบง่ายมาคลุมศีรษะ ก็ขับให้เธอดูงดงามแปลกตาขึ้นมา
เสี่ยวหลิวคนขับรถยิ้มแฉ่ง “ทรายทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือเยอะมาก ออกไปข้างนอกต้องพกผ้าคลุมหัวไปด้วย ไม่อย่างนั้นกลับมามีแต่ทรายเต็มหัวแน่”
ซ่งชิงเหอมองทะเลทรายสีเหลืองผืนใหญ่ที่อยู่นอกหน้าต่าง นอกจากความรู้สึกโล่งกว้างแล้ว ในใจก็ยังมีความวังเวงอยู่เล็กน้อย
ก่อนทะลุมิติมา ผืนดินทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือปลูกต้นไม้ไว้มากมายแล้ว เธอเคยไปเที่ยว ได้ยินว่าพายุทรายที่เกิดขึ้นหลายครั้งในแต่ละปีก็ได้รับการควบคุมอย่างดี แตกต่างจากความแห้งแล้งรกร้างในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
เธอมองทะเลทรายสุดลูกหูลูกตา “อนาคตที่นี่จะต้องเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีแน่ ๆ...”
“ขอให้คำพูดของพี่สะใภ้เป็นจริงนะครับ เบื้องบนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก อีกไม่นานคงส่งผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาการปลูกต้นไม้แล้ว” เสี่ยวหลิวพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน
