ท่าทีของหลี่เฉียงเต็มไปด้วยความยียวนท้าทาย จนป้าเจิ้งแทบตั้งตัวไม่ทัน เธอดูเหมือนคนที่ใครจะรังแกตามใจชอบได้ง่าย ๆ หรือไง?
“เฉียงจื่อ ค่อย ๆ กินนะ เสี่ยวเทียน รีบมากินด้วย กินเยอะ ๆ ตอนยังร้อน ๆ” เฉาเหมยไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติเลยสักนิด เธอเอ่ยเรียกเฉาเทียน น้องชายของตัวเองให้มากินด้วย
พูดจบก็หันมาถามป้าเจิ้ง “แม่ ตอนนี้หนูยังไม่หิว แม่คงไม่ว่าอะไรถ้าให้เสี่ยวเทียนกับพวกเขากินก่อนนะ?”
น้ำเสียงเป็นธรรมชาติราวกับเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว
ป้าเจิ้งรู้สึกเหมือนถูกคำพูดอุดปาก ก่อนจะพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว “ได้”
พูดจบก็อยากตบปากตัวเองสักฉาด ให้ตายสิ!
ไม่นานหลี่เฉียงกับเฉาเทียนก็กินจนปากมันเยิ้ม สีหน้าท่าทางดูแย่ยิ่งกว่าสุนัขดุเสียอีก ช่วงนี้สองคนแทบไม่ได้กินของมัน ๆ วันนี้เลยกินอย่างกับจะเลียต้นหอมในชามให้เกลี้ยง
ป้าเจิ้งมองสองคนที่กินราวกับสุนัขหิวโซ ใบหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง เธอสูดหายใจลึก ๆ แล้วกลืนความโกรธที่จุกอยู่ในลำคอลงไปเงียบ ๆ
เธอบอกตัวเองว่าวันนี้ไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ แต่มีเป้าหมายชัดเจน ชิงเหอบอกแล้วว่าต้องยึดผลลัพธ์เป็นหลัก…
หลังจากป้าเจิ้งกล่อมตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า จากหน้าถึงหลังอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“เอ่อ เสี่ยวเหมย แม่มีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อย เราออกไปคุยข้างนอกได้ไหม?” ป้าเจิ้งพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แฝงความระมัดระวังอยู่เล็กน้อย
ในสายตาของเฉาเหมย แม่สามีทำท่าแบบนี้ก็แปลว่าพูดด้วยง่ายและขออะไรได้
