ป้าเจิ้งแห่งเขตบ้านพักครอบครัวทหารรู้เรื่องนี้อย่างรวดเร็ว เธอแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะสบถคำหยาบออกมาประโยคหนึ่ง
“พวกมันก็ทำแบบนี้ไปตลอดเลยนะ!”
ถึงตอนนั้นเธอก็ไม่ต้องเสียเวลาเป็นห่วงแล้ว
หลิวซิ่วกำลังลับมีดอยู่ข้างบ่อน้ำ พอลับเสร็จก็ส่งให้ป้าเจิ้ง “เสี่ยวชุ่ย ไม่ต้องห่วงนะ ฉันอยู่ข้างเธอเสมอ”
ซ่งชิงเหอก้าวเข้าไปดึงมีดออกมา “แม่ ทำแบบนี้ไม่ถูกนะ”
เธอหันไปหยิบอิฐก้อนหนึ่งมายัดใส่อ้อมแขนป้าเจิ้ง “ป้าเจิ้ง ใช้อันนี้เถอะ แค่ทำให้หัวแตก ไม่ถึงตายหรอก ขอแค่ยังหายใจ ฉันก็รักษากลับมาได้”
ป้าเจิ้ง: ……
เดิมทีกำลังโมโหอยู่แท้ ๆ พอถูกขัดจังหวะเข้า ความโกรธก็หายวับไปหมด กลับกลายเป็นเรื่องชวนขันเสียอย่างนั้น
“โอ๊ย เสี่ยวชุ่ยเอ๊ย สะใภ้บ้านเธอเป็นอะไรไป ได้ยินว่าล้มหมดสติจริง ๆ ญาติยังต้องแบกไปโรงพยาบาลเลย แล้วทำไมเธอไม่ไปดูหน่อยล่ะ นั่นลูกสะใภ้คนโปรดของเธอเชียวนะ” หวังเอ้อร์ฮวาโผล่หัวมาจากไหนก็ไม่รู้
ป้าเจิ้ง: อยากเตะให้หัวหล่อนแหลกคาเท้าจริง ๆ!
“ไป ๆ รีบไสหัวไปเลย วันนี้ฉันอารมณ์ไม่ดี เดี๋ยวก็ซัดเธอหรอก” ป้าเจิ้งกัดฟันพูด
หวังเอ้อร์ฮวารีบตอบ “ฉันมาหาหมอซ่งให้ช่วยตรวจโรคนะ คุณไม่มีสิทธิ์ไล่ฉันไป!”
วันนี้ซ่งชิงเหอไม่ได้ไปร้านยา ก่อนหน้านี้เธอไปทุกวัน แต่ช่วงนี้แทบไม่ได้ไป ส่วนใหญ่กินมื้อกลางวันเสร็จแล้วค่อยแวะไปนั่งพักสักหน่อย
คนไข้ในเขตบ้านพักครอบครัวทหารก็ไม่ได้มีมากนัก อาการปวดหัวตัวร้อนทั่วไป อู๋ลี่ลี่กับโจวหมิงก็รับมือได้
