หัวใจของซ่งชิงเหอเต้นรัว ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ตระกูลซ่งแตกต่างจากครอบครัวอื่นอยู่เล็กน้อย แต่เจ้าของร่างเดิมไม่เคยใส่ใจหรือคิดสืบสาวให้ลึกซึ้ง
ตอนนี้เธอได้รับทั้งความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมและความทรงจำจากมุมมองที่เหมือนมองเห็นเรื่องราวเหนือกว่าคนทั่วไป พอลองคิดให้ละเอียดขึ้นอีกนิดก็สังเกตเห็นความผิดปกติของตระกูลซ่งได้
อย่างเช่น เจ้าของร่างเดิมเคยได้ยินซุนเฟิ่งเรียกซ่งตัวตุนด้วยชื่อเล่นว่า “จิ่งสิง” เป็นชื่อที่ไพเราะเปี่ยมกวี ฟังดูก็รู้ว่ามีรสนิยมทางวัฒนธรรม
อีกทั้งชื่อซ่งชิงเหอกับซ่งชิงหย่าก็ไพเราะมาก ไม่เหมือนชื่อที่ชาวบ้านในหมู่บ้านจะตั้งกันเลยสักนิด แถมยังไม่เข้ากับชื่อของพี่ชายใหญ่อย่างซ่งต้าเฉียงเอาเสียเลย
ของบางอย่างที่ซ่งชิงหย่าใช้ก็ดูสวยงามมาก ทุกครั้งที่เข้าเมืองก็จะได้เสื้อผ้าชุดใหม่กับเครื่องประดับชิ้นใหม่ เสื้อผ้าชุดใหม่ย่อมเป็นแบบที่กำลังนิยมในยุคนั้น ส่วนเครื่องประดับหยกเหล่านั้นไม่ได้ตามกระแส แต่กลับดูมีคุณภาพกว่า
ซ่งชิงหย่ามักสวมเครื่องประดับสวย ๆ พวกนั้นอยู่ในบ้าน ไม่เคยใส่ออกไปข้างนอก อย่างมากก็แค่เอามาอวดซ่งชิงเหอเท่านั้น
นอกจากชื่อกับเครื่องประดับคุณภาพดีอย่างน่าประหลาดแล้ว ซ่งตัวตุนยังพูดอะไรชวนงุนงงออกมาเป็นครั้งคราว เช่น “ตระกูลซ่งของเราจะไปเหมือนพวกชาวนาขาลุยโคลนได้ยังไง?”
“แค่ตระกูลซ่งของเราผายลมออกมา ยังหอมกว่าพวกหมาบ้านนอกนั่นอีก”
“หัวหน้าหมู่บ้านจะเอามาเทียบกับบ้านเราได้หรือ?”
“คนในหมู่บ้านพวกนั้นไม่มีมารยาท ไม่มีความรู้ ชาตินี้คงไม่มีปัญญากินกับข้าวสี่อย่างด้วยซ้ำ ไม่คู่ควรจะออกสังคม...”
