ซ่งชิงเหอเพิ่งไปซื้ออาหารเช้าที่โรงอาหารกลับมา ก็เห็นแม่สามีของตัวเองถูกป้าเจิ้งไล่กวดจนวิ่งวนไปทั่วลานบ้าน
แม่สามีวิ่งไปพลางยอมรับผิดไปพลาง “เสี่ยวชุ่ย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเตะเธอจริง ๆ นะ แล้วก็ไม่ได้คิดจะควักลูกตาเธอด้วย เธอดูสิ ทำไมถึงโกรธขนาดนี้ล่ะ เราสองคนไม่ใช่พี่น้องที่สนิทกันหรอกเหรอ...”
เธอไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ
ป้าเจิ้งคว้าไม้กวาดขึ้นมาโยนใส่แผ่นหลังหลิวซิ่ว ปากก็ด่าพึมพำไม่หยุด “ถ้าไม่ได้ตั้งใจ แล้วแกล้งหลับทำไม? แกล้งหลับแล้วยังจะควักลูกตาฉันอีก ฉันว่าแกคิดจะควักลูกตาฉันมานานแล้วต่างหาก!”
ทั้งสองวิ่งวนอยู่รอบลานบ้าน
ซ่งชิงเหอเข็นจักรยานเข้ามาก็เริ่มยืนดูเรื่องสนุก พลางทอดถอนใจถึงเรี่ยวแรงของสองคนที่รวมอายุกันแล้วก็เกินร้อยปี
น่าเสียดายจริง ๆ ที่ไม่มีโทรศัพท์ไว้ถ่ายภาพเหตุการณ์นี้เก็บไว้...
หลิวซิ่วหยอกล้อป้าเจิ้งอยู่พักหนึ่งก็หยุด ทั้งคู่กลับเข้าไปในห้องโถงกลาง คนหนึ่งอุ้มเด็กไว้คนละคนแล้วป้อนนมให้
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หนิงหนิงน้อยกับซือฉีน้อยก็ฉลาดและรู้ความขึ้นทุกวัน แม้ยังพูดไม่ได้ แต่ดูเหมือนจะเข้าใจหลายสิ่งที่ผู้ใหญ่พูด แถมยังตอบสนองได้ด้วย
ป้าเจิ้งอุ้มหนิงหนิงน้อยด้วยสีหน้าเอ็นดู แววตาอ่อนโยนจนแทบล้นออกมา ระหว่างป้อนนมก็ชวนเจ้าตัวเล็กคุยไปด้วย “หนูน้อย เมื่อคืนย่าดื่มหนักไปหน่อย หนูตกใจหรือเปล่า? ย่าขอโทษนะ เดี๋ยวย่าพาหนูไปเล่นดีไหม?”
เด็กน้อยผิวขาวเนื้อนุ่มนิ่มคนนี้ทำเอาหัวใจเธอแทบละลาย โลกนี้มีเด็กน่ารักขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ
หนิงหนิงน้อยกำลังกินนม เลยไม่มีเวลาตอบ จึงยื่นมือเล็ก ๆ ไปคว้าเสื้อป้าเจิ้งเบา ๆ
