พนักงานคนนั้นเห็นซ่งชิงเหอมองป้ายคำขวัญบนผนัง จึงเชิดหน้าขึ้น เท้าเอวแล้วพูดว่า “มองอะไร ฉันไม่ได้ไล่เธอออกไปสักหน่อย”
ซ่งชิงเหอถอนสายตากลับมา ก่อนจะยิ้มให้พนักงานคนนั้น แล้วก้าวฉับ ๆ เข้าไปในร้านพร้อมตะโกนเสียงดัง “ผู้จัดการ... ผู้จัดการอยู่ไหนคะ! พนักงานร้านคุณสาดน้ำใส่ฉัน แถมยังด่าว่าฉันเป็นขอทาน แล้วยังจะไล่ฉันออกไปอีก!”
เสียงของเธอดึงดูดสายตาทุกคนในร้านให้หันมามองพร้อมกันทันที
สีหน้ารังเกียจของพนักงานพลันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เธอรีบตามไปทันที “เธอพูดอะไรเพ้อเจ้อ ฉันไม่ได้ด่าเธอสักหน่อย แล้วก็ไม่ได้ไล่เธอไปด้วย อย่ามาพูดมั่ว ๆ นะ ระวังฉันแจ้งความว่าเธอใส่ร้ายฉัน!”
น้ำเสียงฟังดูร้อนรน แต่ก็ยังแข็งกร้าวไม่ยอมอ่อนข้อ
ซ่งชิงเหอไม่ยอมให้ใครมาข่ม เสียงของเธอดังขึ้นกว่าเดิม “ผู้จัดการคะ พนักงานร้านคุณดูถูกคนอื่น แล้วยังดูหมิ่นลูกค้า วันนี้คุณต้องให้คำอธิบายกับฉันนะคะ”
“พอเถอะ อย่าพูดแล้ว...” พนักงานเห็นว่าเธอไม่เพียงไม่ตกใจ แต่กลับยิ่งได้ใจขึ้น จึงโบกมือไปมาด้วยความกลัว ราวกับอยากพุ่งเข้าไปปิดปากเธอเสียเดี๋ยวนั้น
พนักงานคนอื่นในร้านต่างขมวดคิ้ว โดยเฉพาะพนักงานที่กำลังแนะนำเครื่องประดับทองให้ลูกค้า ส่วนลูกค้าหลายคนก็ขมวดคิ้ว มองหน้ากันไปมา เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจเสียงเอะอะที่เกิดขึ้นกะทันหัน
ผู้จัดการซึ่งนั่งอยู่ในห้องทำงานได้ยินเสียงดัง จึงรีบออกมา พอดีกับที่เห็นซ่งชิงเหอเดินตรงเข้ามา คำพูดของเธอจึงเข้าหูผู้จัดการพอดี
