ตั้งแต่ซ่งชิงเหอกับกู้หย่วนตกลงคบหากันในฐานะคนรัก ซ่งชิงหย่าก็แทบไม่เป็นฝ่ายติดต่อกู้หย่วนก่อนอีกเลย ส่วนใหญ่เป็นกู้หย่วนที่เขียนจดหมายหรือโทรศัพท์ไปหาซ่งชิงหย่าที่หมู่บ้าน
ปกติซ่งชิงหย่าจะรอให้กู้หย่วนเขียนจดหมายมาห้าหกฉบับก่อน ถึงค่อยเลือกตอบกลับไปหนึ่งฉบับ วางท่าถือตัว รักษาสถานะที่อีกฝ่ายเป็นคนทุ่มเทให้มากกว่า
ส่วนโทรศัพท์ ซ่งชิงหย่าไม่มีทางเป็นฝ่ายโทรไปก่อนอยู่แล้ว กู้หย่วนรู้จักเธอดี ที่โทรมาเวลานี้เห็นได้ชัดว่าต้องการพูดเรื่องสินสอดกับเรื่องที่บ้านถูกขโมย
นี่เป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่เขาหนีไม่พ้น
กู้หย่วนเพิ่งได้รับข่าวมาได้ไม่นาน ยิ่งไม่ทันคิดว่าจะรับมือกับการงอแงของซ่งชิงหย่าอย่างไร เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะกลับไปค่อยปลอบเธอ แต่ตอนนี้แผนกลับถูกรวนจนหมด ในใจจึงอดรู้สึกกระวนกระวายไม่ได้
เขานึกภาพออกหมดแล้วว่าซ่งชิงหย่ากำลังจะพูดอะไร พอคิดว่าต้องเผชิญหน้ากับคำตำหนิของเธอ ใจก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นมา
กู้หย่วนคิดอะไรอยู่ในใจมากมาย แต่สีหน้าไม่ได้แสดงออกมา เขาลงจากตึกไปพร้อมกับพลสื่อสาร ทั้งสองเดินไปยังห้องสื่อสารด้วยกัน
เพิ่งก้าวเท้าเข้าห้องทำงานของห้องสื่อสารได้ไม่นาน โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
พลสื่อสารยิ้มพลางพูดว่า “พี่สะใภ้คงรอไม่ไหวแล้วแน่ ๆ”
พูดจบก็เดินออกจากห้องไปเองอย่างรู้หน้าที่ เว้นที่ให้กู้หย่วนรับโทรศัพท์
กู้หย่วนเดินไปหยุดตรงหน้าโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุด เขาสูดหายใจลึกอยู่หลายครั้ง ก่อนจะยกหูขึ้นรับ ยังไม่ทันได้พูดอะไร ซ่งชิงหย่าที่อยู่อีกฟากก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงสะอื้น
“อาหย่วน คุณว่าฉันควรทำยังไงดี พ่อกับแม่ไม่อยากให้เราแต่งงานกันแล้ว” ซ่งชิงหย่าเปิดฉากด้วยเรื่องใหญ่ทันที
