โจวเหมยทนไม่ไหวอีกต่อไป ราวกับเห็นสามีตัวเองเอาเงินที่หามาได้ทั้งหมดไปอุดช่องโหว่เรื่องแต่งงานของกู้หย่วน ส่วนเธอกอดลูกสาว สวมเสื้อผ้าขาดวิ่น นั่งร้องไห้อยู่ตรงมุมห้อง
ชวนให้คนฟังเศร้าสลด เห็นแล้วก็อดหลั่งน้ำตาไม่ได้จริง ๆ
เธอผุดลุกขึ้นอย่างฉับพลัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ บรรดาป้า ๆ ที่กำลังคุยกันอยู่รอบข้างพากันเงียบเสียง แล้วหันมามองเธออย่างสงสัย
ถานหงเหมยถาม “เป็นอะไรไป เสี่ยวเหมย?”
คำถามนั้นดึงโจวเหมยกลับมาจากภวังค์ เธอรีบเก็บสีหน้าโกรธเกรี้ยว เปลี่ยนเป็นร้อนใจ แล้วพูดตะกุกตะกัก “แม่...แม่คะ คือว่า หนูเพิ่งนึกได้ว่าที่บ้านยังต้มน้ำทิ้งไว้บนเตา หนูต้องรีบกลับไปเอากาต้มน้ำลง เดี๋ยวไหม้เสียก่อน”
พูดจบก็รีบเดินกลับไปอย่างเร่งร้อน
หลิวซิ่วฉวยโอกาสเติมเชื้อไฟ “หงเหมย หรือสะใภ้ใหญ่บ้านเธอไม่อยากช่วยเรื่องแต่งงานของกู้หย่วนหรือเปล่า?”
คนรอบข้างต่างทำหน้าสนอกสนใจ มองถานหงเหมยอย่างอยากรู้อยากเห็น
ถานหงเหมยยืดคอขึ้นเล็กน้อย ปากแข็งตอบว่า “เป็นไปไม่ได้ โจวเหมยไม่ใช่คนชอบสร้างปัญหาให้บ้านหรอก ก่อนออกจากบ้านยังต้มน้ำทิ้งไว้จริง ๆ ฉันเป็นคนตั้งหม้อเอง พวกเธออย่าคิดยุแยงความสัมพันธ์แม่ผัวลูกสะใภ้ของฉันเชียว”
พูดจบก็เหลือบมองหลิวซิ่วแวบหนึ่ง
หลิวซิ่วไม่สนใจถานหงเหมยเลย เธอตบหน้าผากตัวเอง “อุ๊ย บ้านฉันก็ต้มน้ำทิ้งไว้เหมือนกัน ฉันกลับไปดูบ้างดีกว่า”
เธอหิ้วตะกร้าใบเล็ก คว้าม้านั่งเตี้ย แล้วหันหลังเดินจากไป
“หงเหมย ฉันรู้จักสาวผิวขาวสะอาดคนหนึ่ง อยากให้แนะนำให้กู้หย่วนไหม?” หวงชุ่ยฮวาคว้าแขนถานหงเหมยไว้ พลางยิ้มแย้มเอ่ยถาม
