ฝั่งหลิวซิ่วดูเรื่องครึกครื้นของตระกูลซ่งจนพอใจแล้ว ยังแกล้งทำเป็นช่วยถานหงเหมยตามหาลูกหมาอยู่สองรอบ ก่อนจะยิ้มแย้มเดินไปซื้อหมูที่หมู่บ้านข้าง ๆ พร้อมกับพวกป้าหลายคน
หมู่บ้านข้าง ๆ มีครอบครัวหนึ่งทำมาค้าขายเนื้อหมู ตอนนี้เปิดประเทศมานานกว่าสามปีแล้ว คนที่หัวไวบางคนก็เริ่มลงมือทำธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเอง
บ้านที่ขายเนื้อหมูก็เป็นหนึ่งในนั้น
ตอนหลิวซิ่วกับคนอื่นเดินผ่านปากหมู่บ้าน ก็เห็นซ่งตัวตุนเดินทอดน่อง เคี้ยวหญ้าหางหมาอยู่บนถนนพอดี ทั้งสองเป็นดองกันก็จริง แต่ความสัมพันธ์แตกหักไปแล้ว ต่างฝ่ายต่างไม่สนใจอีกฝ่าย แค่เหลือบมองก็หันหน้าหนีไปคนละทาง
หวงชุ่ยฮวาสะกิดแขนหลิวซิ่ว แล้วกระซิบเสียงเบาว่า “ทำไมหมอนี่ถึงสบายใจเฉิบแบบนี้ เขาไม่ควรไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเหรอ?”
ก่อนหน้านี้ยังอาละวาดอยู่เลย แล้วตอนนี้ทำไมถึงมาเคี้ยวหญ้าหางหมาอยู่ตรงนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งแปลก
หลิวซิ่วกลอกตา “ต้องกำลังวางแผนอะไรใหญ่โตอยู่แน่ ๆ ไม่แน่อีกเดี๋ยวก็ได้ปล่อยก้อนใหญ่สักก้อน”
“อี๋~” ป้าข้าง ๆ เห็นภาพตามทันที รีบยกมือโบกไปมาตรงหน้า
ป้าหลิวคนนี้ไม่รู้จักสำรวมเอาเสียเลย คำแบบนี้ก็พูดออกมาได้
“รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวขาหมูของเธอจะหมดก่อน พูดเสียจนเหมือนลูกสะใภ้เธอกินเก่ง เจาะจงจะกินขาหมู บ้านคนอื่นคงเลี้ยงไม่ไหวหรอก” หวงชุ่ยฮวาคล้องแขนเพื่อนเก่าแล้วพากันก้าวฉับ ๆ ไปข้างหน้า คำพูดยังแฝงความหมั่นไส้อยู่หน่อย ๆ
เพื่อนเก่าคนนี้ปากร้ายแต่ใจดี ถ้าเป็นเธอที่ได้ลูกสะใภ้ใจดำแบบนี้ คงไม่ทั้งต้มไก่ทั้งซื้อขาหมูให้หรอก ไม่ไล่ออกจากบ้านก็นับว่าใจดีมากแล้ว
