หลิวซิ่วเห็นถานหงเหมยร้องไห้อย่างน่าเวทนา จึงก้าวเข้าไปตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ แล้วปลอบว่า “หมาก็มีชีวิตนะ พี่หงเหมย ไปเถอะ ฉันจะช่วยตามหาลูกหมาให้”
พูดจบ เธอก็หันไปเรียกคนอื่น ๆ “ไป ๆ พวกเราไปช่วยพี่หงเหมยตามหาหมากัน!”
เมื่อเทียบกับคนรวยที่ทำเงินหายไปหน่อยหนึ่ง คนธรรมดาทำหมาหายย่อมชวนให้เห็นใจมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เงินของคนอื่นจะสำคัญไปกว่าลูกหมาได้ยังไงกัน?
ไม่นาน ชาวบ้านที่มามุงอยู่หน้าบ้านตระกูลซ่งก็พากันไปช่วยตามหาหมาอย่างกระตือรือร้น แม้แต่จางหลิงก็ถูกคนในครอบครัวลากตัวกลับไปด้วย ชั่วพริบตา ลานบ้านกับบริเวณนอกเรือนก็เงียบเหงาลง
คนตระกูลซ่งหน้าตึงเขียวทันที สีหน้าเหมือนมองคนพวกนี้ออกทะลุปรุโปร่ง คนบ้านนอกก็ยังเป็นคนบ้านนอกจริง ๆ
หัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไร เขากวักมือเรียกซ่งตัวตุน “รีบไปแจ้งความเถอะ ไม่แน่ว่าทางตำรวจอาจช่วยจับตัวคนร้ายให้ได้”
ซ่งตัวตุนคว้าแขนเสื้อหัวหน้าหมู่บ้านไว้ “หัวหน้าหมู่บ้าน ไหนคุณบอกว่าจะไปแจ้งความกับผมไม่ใช่เหรอ?”
ทำไมพริบตาเดียวถึงเปลี่ยนใจแล้วล่ะ
หัวหน้าหมู่บ้านสะบัดมือจนแขนเสื้อของซ่งตัวตุนหลุดออก ก่อนจะพูดยิ้ม ๆ ว่า “ถึงฉันไปด้วยก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก เงินที่หายไปมีตั้งมาก ฉันไม่กล้ารับปากแทนใครหรอก ฉันไปช่วยป้าหงเหมยตามหาหมาดีกว่า”
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปเช่นกัน
ในลานบ้านไม่เหลือใครนอกจากคนตระกูลซ่ง ซ่งต้าเฉียงจึงค่อย ๆ เอ่ยขึ้น “พ่อ แม่ บ้านเรามีเงินมากมายขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เงินพวกนั้นมาจากไหนกัน?”
แม้แต่ชิงหย่าก็ยังมีเงินตั้งแปดสิบกว่าหยวน มีแค่เขาคนเดียวในบ้านที่จนกรอบ ในกระเป๋ามีเงินแค่แปดเหมา ครั้งก่อนเขาพูดกับพ่อแม่ว่าอยากแต่งงานกับเสี่ยวหลิง พ่อแม่ยังบอกว่าที่บ้านไม่มีเงินอยู่เลย
