“นี่ลูกหมานะ พี่เจิ้ง รีบมาดูสิ น่ารักมากเลย” หลิวซิ่วอุ้มลูกหมาเข้าไปใกล้ป้าเจิ้ง
ป้าเจิ้งเพ่งมองอย่างละเอียด “นี่ลูกหมาจริงเหรอ ดูเหมือนของเล่นนำเข้าที่ขายในห้างสรรพสินค้าเลย”
ลูกหมาส่งเสียงครางหงิง ๆ
หนิงหนิงตัวน้อยคว้าขนตรงหลังลูกหมาไว้ แล้วโน้มใบหน้าเล็ก ๆ เข้าไป ทำท่าจะอ้าปากกัด
“อ๊า ง่ำ ๆ!” หนิงหนิงส่งเสียงพร้อมกับก้มลงงับ
ป้าเจิ้งกับหลิวซิ่วตกใจจนถอยหลังพร้อมกันคนละก้าว
“หนิงหนิงเด็กดี อย่ากัดของมั่วซั่วนะ” ป้าเจิ้งประคองใบหน้าหนิงหนิงไว้กับไหล่ตัวเอง ใช้มือกดเบา ๆ ไม่ให้เธอก้มลงไปงับอีก
เด็กน้อยคนนี้กล้าหาญเกินตัวจริง ๆ
หลิวซิ่วมองหนิงหนิงอย่างอกสั่นขวัญแขวน เห็นได้ชัดว่าเธอก็ตกใจไม่น้อย จึงรีบพูดซ้ำ ๆ ว่า “ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ระวังลูกหมากัดเอา”
ถึงลูกหมาสองตัวนี้จะดูเชื่องมาก แต่ถ้าหมาจนตรอกก็ยังกัดคนได้เหมือนกัน
“อ๊า ๆ!” หนิงหนิงถูกกดใบหน้าไว้ แต่สองมือยังยื่นไปทางลูกหมาอย่างเห็นได้ชัดว่ายังอยากเล่นด้วย
ซือฉีตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของลู่หวยเฉินก็ยื่นมือเล็ก ๆ ไปทางลูกหมาเช่นกัน
“อ๊า ๆ ๆ!”
เขาตื่นเต้นสุด ๆ ขาเล็ก ๆ ก็ขยับไปมา เห็นได้ชัดว่าอยากเข้าไปหา
สายตาของลู่หวยเฉินจับอยู่ที่ลูกหมาสีขาวหิมะสองตัวในอ้อมแขนของซ่งชิงเหอกับหลิวซิ่ว
“ผู้การลู่ ดูสิ พี่สะใภ้เก็บลูกหมาน่ารักมากมาสองตัว หนิงหนิงกับซือฉีก็ดูชอบมากเลยครับ” เสี่ยวหลิวรีบเล่าข่าวนี้ให้ลู่หวยเฉินฟังอย่างตื่นเต้น
ลู่หวยเฉินพยักหน้า “หนิงหนิงกับซือฉีชอบจริง ๆ”
