ซ่งชิงเหอรู้สึกว่าการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเธอโดยเฉพาะ เพราะตลอดการประชุม 80 เปอร์เซ็นต์ของเวลาคือเธอเป็นฝ่ายพูด ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็เป็นเวลาที่คนอื่นซักถามเธอ พอประชุมเสร็จเธอก็รู้สึกราวกับย้อนกลับไปยุคที่ต้องทำงานหนักจนหัวหมุน แถมเหนื่อยยิ่งกว่าตอนอยู่ในห้องคลอดเมื่อครู่เสียอีก
พอประชุมจบ เธอก็หันหลังเดินออกจากห้องผู้ป่วยทันที ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง หลายชั่วโมงที่ผ่านมาเธอเหนื่อยจนแทบหมดแรงแล้ว
“หมอซ่ง รอก่อน รอก่อน...” ผู้อำนวยการเหรินตะโกนเรียกเธอจากด้านหลัง
ซ่งชิงเหอทำเหมือนไม่ได้ยิน แล้วเดินดุ่ม ๆ ไปข้างหน้า ตอนนี้ฝีเท้าของเธอเร็วราวกับติดปีก ไม่มีทางหยุดเพื่อใครทั้งนั้น!
ผู้อาวุโสฉีก็วิ่งตามมา ติดอยู่ข้างหลังเธอพลางพูดว่า “หมอซ่ง สนใจไปนั่งคุยที่ห้องทำงานของผมไหมครับ”
เขาอยากซื้อผงห้ามเลือดมาสักหน่อยมากที่สุด และถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอแบ่งให้แผนกแพทย์แผนจีนบ้าง อีกทั้งยังอยากรู้วิธีฝังเข็มของเธอด้วย แต่ทั้งหมดนี้เป็นวิชาสืบทอด หากยังไม่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับหมอซ่ง เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ตอนนี้ผู้อาวุโสฉีกระวนกระวายจนแทบอยู่ไม่สุข หมอซ่งเหมือนขุมทรัพย์ที่ขุดเท่าไรก็ไม่หมด ยิ่งขุดค้น เขาก็ยิ่งหลงใหล...
ฝีเท้าของซ่งชิงเหอเร่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะออกวิ่งในวินาทีถัดมา
ผู้อำนวยการเหรินพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนเธอไว้ “หมอซ่ง รอก่อนครับ ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย...”
คนมีแววขนาดนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด!
ซ่งชิงเหอดึงแขนตัวเองกลับอย่างตื่นตระหนก “ผู้อำนวยการคะ ฉันทำงานต่อไม่ไหวแล้วจริง ๆ ขอร้องล่ะค่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ!”
