“พี่หู่ ก่อนหน้านี้เราไม่น่าให้ปืนยายแก่นั่นเลย ตอนนี้หล่อนยิงปืนแล้ว ไม่แน่ว่าเดี๋ยวคงมีคนตามมา เราหนีกันก่อนดีไหม...” ชายร่างอ้วนที่ถือไฟฉายและถูกเรียกว่าหมีดำพูดขึ้น
ระหว่างพูด เขาก็กวาดตามองไปรอบ ๆ ไม่หยุด ท่าทางหวาดผวาและขี้ขลาดอย่างเห็นได้ชัด
พอคนอื่นเห็นท่าทางขี้ขลาดของหมีดำ สีหน้าก็พลอยหวาดกลัวตามไปด้วย หากถูกจับได้ สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก็คือความตาย
“พี่หู่ หมีดำพูดถูก เราหนีกันไปเลยดีไหม ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนให้ก่อไฟ เผื่อว่าตำรวจบนรถไฟลงมาจริง ๆ พวกเราก็จบเห่แน่...” ลูกน้องร่างผอมคนหนึ่งก็อยากหนีเหมือนกัน
ที่สำคัญคือเรื่องนี้ไม่หนีก็ไม่ได้ ใครจะอยากตายกันล่ะ!
คนอื่น ๆ ก็อยากเผ่นหนีเหมือนกัน ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตแล้ว...
ลู่หวยเฉินถูกมัดอยู่ใต้ต้นไม้ ฟังคำพูดของคนพวกนั้นแล้วใจยิ่งหนักอึ้ง คนพวกนี้ระแวดระวังตัวมาก แถมดูไม่ต่างจากพวกอาชญากรที่พร้อมตายไปกับความผิด ส่วนพี่หู่นั่น แค่มองก็รู้ว่าเคยผ่านการฆ่าฟันมาแล้ว
ลู่หวยเฉินคิดว่าปล่อยให้คนพวกนี้หนีไปไม่ได้ หากคนจำนวนมากขนาดนี้หลุดรอดไป ไม่แน่ว่าพวกมันอาจก่อเรื่องเลวร้ายเกินมนุษย์ขึ้นมาอีก!
ระหว่างที่ลู่หวยเฉินกำลังครุ่นคิด ยายจินก็ฟื้นจากความเจ็บปวดแสนสาหัส นางมองหู่จื่อที่กำลังลังเลครุ่นคิด ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า “พี่หู่ เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เราฆ่าเขาเสียเลย แล้วค่อยออกไปหลบสักพักเถอะ ปล่อยเขาไว้ไม่ได้”
