มีทั้งผู้บัญชาการอาวุโสเฉินที่รีบเร่งมาถึง และคนสวมเสื้อกาวน์สีขาวอีกหลายคน ผู้อาวุโสฉียืนอยู่ตรงกลางพอดี นอกจากนี้ยังมีทหารในเครื่องแบบจำนวนไม่น้อย รวมถึงครอบครัวทหารที่ยืนมุงดูอยู่ตรงประตูบ้าน
สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความกังวลและความอยากรู้อยากเห็น
“หมอซ่ง หมอซ่ง อาการคนไข้เป็นยังไงบ้าง ได้ยินว่าเลือดออกมาก ห้ามเลือดได้หรือยัง” พอผู้อาวุโสฉีเห็นซ่งชิงเหอออกมา ก็รีบเข้าไปถามทันที
ใบหน้าแก่ชราฉายแววอยากรู้
ผู้บัญชาการอาวุโสเฉินก็รีบเดินเข้ามาหาซ่งชิงเหอ ก่อนชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องตรวจรักษา เขาได้กลิ่นคาวเลือดที่ลอยออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจ
ซ่งชิงเหอมองผู้บัญชาการอาวุโสเฉินแล้วบอกว่า “เมื่อครู่สหายเฉินเสียเลือดมากค่ะ ยังดีที่ส่งตัวมาทันเวลา ตอนนี้ห้ามเลือดได้แล้ว แต่ยังต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ แผลของเธอก็ต้องเย็บซ้ำอีกครั้ง...”
หลังอธิบายอาการคร่าว ๆ แล้ว เธอก็หันไปบอกผู้อาวุโสฉีว่า “ข้างในยังมีคนไข้อีกคนที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ฉันยังไม่มีโอกาสดูแล ถ้าสะดวกก็ช่วยส่งคนเข้าไปช่วยหน่อยนะคะ”
เธอยุ่งอยู่ ไม่มีเวลาพันแผลให้คนไข้อีกคน
เสียงยังไม่ทันขาด ก็มีหมอหลายคนยกมือขึ้นเองโดยไม่ต้องรอให้ผู้อาวุโสฉีเรียก น้ำเสียงตื่นเต้น “ฉันเอง ๆ ฉันไปเอง!”
ราวกับกลัวว่าจะมีคนแย่งงานไป
มีเรื่องสนุกให้ดู ใครจะไม่อยากดูกันล่ะ!
ไม่นานก็มีคนหลายคนเข้าไปในห้องตรวจรักษา ภายใต้การดูแลของซ่งชิงเหอกับหลินฮวา เฉินชูอวิ๋นซึ่งถูกห่มผ้าหนาไว้ก็ถูกพาตัวไปยังแผนกแพทย์แผนตะวันตกของโรงพยาบาลทหาร
