ซ่งชิงหย่าลุกขึ้นมาเก็บกวาดตัวเอง เธอลากร่างที่ปวดระบมไปทั้งตัวไปล้างหน้าแปรงฟันและแต่งตัว ตอนทาแป้งบนใบหน้า เธอมองตัวเองในกระจกแล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เมื่อก่อนเธอไม่จำเป็นต้องทาของพวกนี้เลย สำหรับเธอ ความงามเป็นเรื่องง่ายเหมือนการดื่มน้ำ แทบไม่ต้องออกแรงอะไรด้วยซ้ำ
เสียง “โครม” ดังขึ้น
แก้วเคลือบบนโต๊ะถูกเธอปัดตกพื้นอีกแล้ว ในแก้วไม่มีน้ำ พอตกลงไปจึงมีเพียงเสียงดัง แต่กลับทำให้ซ่งชิงหย่ารู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดเธอก็แต่งตัวเสร็จและออกจากบ้าน ก่อนอื่นเธอเดินวนอยู่ข้างนอกร้านยาของซ่งชิงเหออยู่อีกพักใหญ่ ลังเลอยู่นานแต่ก็ไม่กล้าตัดสินใจเข้าไป
ตอนนี้เธอไม่อาจเผชิญหน้ากับใบหน้าไร้ที่ติของซ่งชิงเหอได้เลย พออยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย เธอก็อดรู้สึกด้อยกว่าไม่ได้ แค่คิดถึงภาพที่ทั้งคู่สบตากันเมื่อวาน เธอก็อยากหนีออกไปตั้งหลายครั้ง
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร ความขลาดกลัวในใจเธอถึงได้เอาชนะความแค้นที่มีต่อซ่งชิงเหอไปแล้ว ถึงขั้นกลัวที่จะต้องเจอหน้าอีกฝ่าย
ขณะที่ซ่งชิงหย่ากำลังลังเล จู่ ๆ ก็มีลูกสุนัขสีขาวราวหิมะสองตัวพุ่งออกมาจากที่ไหนไม่รู้ ตรงเข้าหาเธอพลางเห่าเสียงดังไม่หยุด
ภาพสุนัขอ้าปากแยกเขี้ยววิ่งเข้ามาดูน่ากลัว ราวกับอีกวินาทีเดียวก็จะกระโจนใส่แล้วกัดเธอ
ซ่งชิงหย่าร้องลั่น หันหลังวิ่งหนีไปทางเขตบ้านพักครอบครัวทหารทันที
หลิวซิ่วอุ้มซือฉีน้อยกับหนิงหนิงน้อย เดินเอื่อย ๆ ออกมาจากหลังต้นไม้ ระหว่างเดิน เธอก็พูดกับเด็กน้อยทั้งสองว่า “เด็กดี เห็นไหม ถ้าเจอคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอย่างคนไม่ดี ก็ต้องสั่งสอนแบบนี้แหละ ต้องไล่ให้หนีไปและทำให้กลัวถึงจะถูก”
