แววตาเย็นเยียบของหลิวซิ่วพลันใสกระจ่างขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น “แอบคบชู้เหรอ? หมายความว่าสองคนนั้นจะแอบคบชู้กันเหรอ? แล้วทำกันยังไง? รู้ได้ยังไงว่าพวกเขาจะแอบคบชู้กัน?”
คำถามชุดใหญ่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเพียงใด
ซ่งชิงเหอยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนเอ่ยด้วยความหมายลึกซึ้ง “ยิ่งไม่ยอมให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน พวกเขาก็ยิ่งอยากอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะตอนนี้คนในหมู่บ้านเราไม่ไปมาหาสู่กับตระกูลซ่งแล้ว ซ่งชิงหย่าคงไม่ปล่อยโอกาสที่จะออกจากหมู่บ้านไปง่าย ๆ หรอกค่ะ
แม่คะ บ้านเดิมของแม่มีญาติห่าง ๆ ที่ทำงานอยู่ในเมืองไม่ใช่เหรอ ถ้าอย่างนั้นแม่ช่วยแนะนำให้กู้หย่วนรู้จัก แล้วไปคุยกับป้าถานดูสิคะ”
ถ้าซ่งชิงหย่ารู้ว่ากู้หย่วนจะไปดูตัว รับรองว่าเธอต้องรีบเสนอตัวถึงหน้าบ้านแน่
หลิวซิ่วเป็นคนดี พอเข้าใจความหมายของซ่งชิงเหอแล้ว แววตาก็ฉายความลังเลและหลบเลี่ยง ทั้งยังเหลือบมองออกไปนอกประตู ราวกับกลัวว่าจะมีคนนอกเห็นเข้า
“แบบนี้ไม่ดีมั้ง...” หลิวซิ่วพูดเสียงเบา
ทำอย่างนี้จะไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยเหรอ
ซ่งชิงเหอกล่าวอย่างมีเหตุผล “ไม่ดียังไงคะ? ชื่อเสียงของตระกูลซ่งก็ป่นปี้หมดแล้ว แม่แค่ช่วยให้ตระกูลกู้พ้นจากกองไฟ นี่เป็นการยื่นมือช่วยด้วยเจตนาดี มีแต่คนจิตใจดีเท่านั้นที่ยื่นมือช่วยในเวลาแบบนี้ค่ะ”
หลิวซิ่ว: ...
“ถ้า...อย่างนั้นก็ได้...” หลิวซิ่วพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย มองซ่งชิงเหอด้วยแววตาซับซ้อนที่เพิ่มความชื่นชมขึ้นมานิดหนึ่ง
ความระแวงเมื่อครู่สลายหายไปอย่างรวดเร็ว แถมยังถูกกลบฝังลงไปอีกชั้น
