ผู้อำนวยการเหรินเองก็ไม่คิดว่าจะราบรื่นถึงเพียงนี้ แม้ในสัญญาจะระบุเงินไว้หลายหมื่นหยวน แต่เมื่อเทียบกับสิทธิบัตรจากต่างประเทศแล้ว นับว่าไม่แพงเลย แถมยังเหมือนกดราคาไปเสียด้วยซ้ำ
ส่วนแบ่งผลประโยชน์ก็ไม่สูง เพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ในใจของหลายคน สิ่งที่เป็นของตัวเองนั้นประเมินค่าไม่ได้ เวลาเรียกราคาอาจทำเอาคนฟังพูดไม่ออกได้เลย และตัวเขาเองก็ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล จึงรู้ดีว่าสูตรยาที่เสี่ยวซ่งมีอยู่มีค่ามากเพียงใด
แต่เขาก็เข้าใจความลำบากของคนเบื้องบนเหมือนกัน ช่างยากลำบากเหลือเกิน ขัดสนเสียเหลือเกิน การกดราคาก็เป็นทางเลือกสุดท้ายที่เลี่ยงไม่ได้ หากมีเงินพออีกสักหน่อย ก็คงไม่ต้องทำเช่นนี้
ผู้ช่วยนายทหารอู๋เองก็ประหลาดใจในความตรงไปตรงมาของซ่งชิงเหอไม่น้อย ตอนมาถึง เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องอธิบายและโน้มน้าวอีกฝ่ายอย่างละเอียด
ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายไม่ถามสักคำ กลับเซ็นสัญญาทันที เขาทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ จึงเข้าใจดีว่าสัญญาฉบับนี้ไม่เป็นธรรมเลย เมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริง
“หมอซ่ง คุณเป็นสหายที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
เขาอดไม่ได้ที่จะมอบคำชมให้เธอราวกับติดบัตรคนดีให้
ซ่งชิงเหอยินดีรับคำชม ก่อนเอ่ยถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ “อีกหนึ่งสัปดาห์ฉันจะไปเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนทางการแพทย์ บ้านฉันเคยมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่เมืองหลวง ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง…”
เธอไม่ได้สนใจว่าทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือจะจัดการเรื่องเมืองหลวงอย่างไร แค่บอกสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไป ส่วนจะจัดการอย่างไรก็เป็นเรื่องของทางการแล้ว
