ผู้กองอู๋ยิ้มพลางส่งทั้งสองคนออกไป จากนั้นก็กลับมานั่งที่เก้าอี้ทำงานแล้วเริ่มนวดหน้า แม้เขาจะรับปากไปแล้ว แต่จะบอกผู้บังคับบัญชาอย่างไรก็ยังเป็นปัญหาใหญ่
เขาคิดว่าตัวเองคงโดนด่าเสียยกใหญ่แน่ ๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาคนนั้นอารมณ์ร้อนแบบนี้แหละ อย่าว่าแต่ผู้บังคับบัญชาเลย ตอนแรกที่ได้ยินหมอซ่งเล่า เขาเองก็อยากด่าเหมือนกัน เพียงแต่ยังยั้งปากไว้ได้เพราะมารยาท
ส่วนผู้บังคับบัญชาคนนั้นน่ะหรือ ไม่มีมารยาทสักนิด...
ผู้กองอู๋นวดหน้าอยู่ยี่สิบนาที ในที่สุดก็สูดหายใจลึก ๆ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ต่อสายไปยังห้องทำงานของผู้บังคับบัญชา แล้วรออยู่อีกพักใหญ่กว่าจะมีคนรับสาย
หลังจากเขาเลือกสรรถ้อยคำแล้วเล่าเรื่องราวไปหนึ่งรอบ ก็โดนด่ากราดอย่างที่คิด นานถึงครึ่งชั่วโมง พอด่าจบก็เริ่มซักถามรายละเอียดของเรื่อง
พอคุยกันจนเข้าใจตรงกัน เวลาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว หน้าผากของผู้กองอู๋ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น ส่วนผู้บังคับบัญชาก็ด่าไปบ่นไปก่อนวางสาย ประโยคสุดท้ายยังทิ้งท้ายว่า “ถ้าคราวหน้ายังไม่มีอะไรแน่นอน ก็เตรียมไปนอนที่ป่าช้าซะ!”
ผู้กองอู๋วางสายแล้วถอนหายใจยาว ผู้บังคับบัญชานี่อารมณ์ร้ายจริง ๆ ดีที่อีกฝ่ายยอมอ่อนข้อ รับปากว่าจะช่วยหาคนไปประสานงานและผลักดันเรื่องนี้ให้ แต่จะส่งไปทดลองตลาดก่อนแค่สิบชุด
ผลลัพธ์แบบนี้ก็ดีมากแล้ว ถ้าหลังจากนี้ราบรื่น ย่อมมีโอกาสอื่นตามมาแน่นอน
ผู้กองอู๋หยิบขวดยาขึ้นมา เทยาลูกกลอนหนึ่งเม็ดใส่ปาก ยาละลายทันทีที่สัมผัสลิ้น ไม่ต้องกลืนด้วยซ้ำ
