จนซ่งชิงเหอจากไป เสี่ยวหลี่ถึงได้สติ ผู้อาวุโสฉีกับผู้อำนวยการเหรินบนเตียงต่างก็ชะโงกหน้ามองออกไปด้านนอก
ผู้อาวุโสฉีถามว่า “ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
ฟังดูแล้วก็ไม่เห็นมีเสียงอะไรเลยนี่
ผู้อำนวยการเหรินเองก็มีสีหน้าอยากรู้อยากเห็น คำพูดไม่กี่ประโยคของเสี่ยวซ่งเมื่อครู่ทำเอาเขาตกใจไปหมด
เสี่ยวหลี่ปิดประตูตู้รถไฟ แล้วยังเอาเก้าอี้มาขัดประตูไว้ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ เขาพยักหน้า “น่าจะมีเหตุฉุกเฉินอะไรสักอย่างครับ ผู้อำนวยการเหรินกับผู้อาวุโสอยู่ที่นี่ดี ๆ ก็พอ ผู้บังคับกองพันลู่กับพี่สะใภ้จะจัดการเองครับ”
พอพูดถึงคำว่าพี่สะใภ้ เขาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ อีกฝ่ายเป็นหญิงสาวบอบบางคนหนึ่ง แต่เขากลับไม่ได้ออกไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง รู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย
พอได้ยินเสี่ยวหลี่พูดอย่างนั้น ผู้อาวุโสฉีก็กระโดดตัวลอยขึ้นมาทันที เขารีบร้อนจะพุ่งออกไป พลางบ่นพึมพำว่า “ไม่ได้ ๆ ข้างนอกอันตรายขนาดนั้น จะปล่อยให้เสี่ยวซ่งอยู่ข้างนอกได้ยังไง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาฉันก็แย่สิ!”
ประโยคสุดท้ายทำเอาเสียงเขาสูงจนผิดเพี้ยนไป เสี่ยวซ่งเป็นถึงความหวังของวงการแพทย์แผนจีนของประเทศ จะปล่อยให้เธออยู่ในที่อันตรายขนาดนั้นได้ยังไง
ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา ตาแก่อย่างเขาก็คงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อเหมือนกัน
ไม่ใช่แค่ผู้อาวุโสฉีที่คิดแบบนั้น ผู้อำนวยการเหรินก็มีสีหน้าตื่นตระหนก “ใช่ ๆ จะปล่อยให้เสี่ยวซ่งอยู่ข้างนอกไม่ได้ เสี่ยวหลี่ รีบพาเธอกลับมาเร็ว เสี่ยวซ่งเป็นบุคลากรระดับสูงของประเทศ ต่อให้ผมหายไปสักเส้นก็ไม่ได้!”
