ลู่หวยเฉินมองคนที่ขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับแตงโม สมองเขาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะอ้าปากรับแตงโมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
แตงโมเย็นฉ่ำ รสชาติดูเหมือนจะหวานกว่าแตงโมลูกอื่นเสียอีก
ซ่งชิงเหอเห็นท่าทางเหม่อลอยของลู่หวยเฉิน หัวใจก็ไหววูบ ก่อนโน้มเข้าไปหาเรียวปากของเขา ทั้งคู่เพิ่งกินแตงโมมา ริมฝีปากจึงเย็นชื้นไปด้วยกัน
ข้างนอกท้องฟ้าสว่างจ้า เสียงจักจั่นดังลอดผ่านลานบ้านอันเงียบสงบเข้ามา
ภายในห้องมีเสียงน้ำแผ่วเบาดังขึ้น น้ำแกงถั่วเขียวบนโต๊ะค่อย ๆ คลายความเย็นจนกลับสู่อุณหภูมิปกติ
ผ่านไปสิบกว่านาที ซ่งชิงเหอนั่งอยู่บนตักลู่หวยเฉิน เธอถอนหายใจเบา ๆ “เข้าไปข้างในกันเถอะ”
อากาศร้อนจริง ๆ...
ลู่หวยเฉินสูดหายใจลึก “ชิงเหอ อยู่ข้างนอกกันอีกสักพักเถอะ”
แม้เขาจะตั้งตารอเรื่องนี้มาก แต่ตอนนี้ยังเป็นกลางวัน ช่างไม่เหมาะเอาเสียเลย
ซ่งชิงเหอว่า “อ้อ คุณชอบอยู่ข้างนอกใช่ไหม”
เธอไม่เกรงใจลู่หวยเฉินเลยแม้แต่น้อย ลงมือทันที ลู่หวยเฉินไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน หัวใจจึงเต้นรัวราวกับกำลังแข่งความเร็ว
ซ่งชิงเหอก็ตกใจอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่เพราะหัวใจเต้นแรง
ลู่หวยเฉินคอแห้งผาก ประตูห้องโถงกลางก็ยังไม่ได้ปิด คนที่ยืนอยู่นอกลานบ้านมองเห็นพวกเขากอดกันได้ ท่าทางตอนนี้ดูไม่เหมาะสมเอาเสียเลย แต่คำปฏิเสธกลับติดอยู่ในลำคอจนพูดไม่ออก
ทั้งใบหูและใบหน้าของเขาแดงก่ำ ดูราวกับร้อนมาก
คงกำลังต่อสู้กับความรู้สึกในใจอยู่กระมัง
ซ่งชิงเหอคิดว่าลู่หวยเฉินเป็นหนุ่มบริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างแท้จริง แตกต่างจากคนยุคปัจจุบันมาก เธอชอบเขาไม่น้อยเลย
