เผิงต้ายาได้ยินซ่งชิงเหอพูดเช่นนั้น ก็คลายใจลงได้บ้างเล็กน้อย ทว่าสีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความหวั่นวิตก
เด็กน้อยอย่างเธอรู้สึกว่านี่เป็นด่านที่ยากจะผ่านพ้น สำหรับเธอแล้วมันเป็นเรื่องใหญ่โตเหลือเกิน ทั้งยังกลัวว่าครอบครัวจะเดือดร้อนเพราะเธอ
เธอดึงแขนเสื้อซ่งชิงเหอไว้ แล้วเอ่ยขอเสียงเบา “พี่สาวหมอคะ พี่ช่วยบอกให้พวกผู้นำอย่าดุพ่อกับแม่มากได้ไหมคะ แค่พวกเขายอมแก้ไขก็พอ หนู... หนูไม่ได้โกรธพวกเขาหรอกค่ะ แค่รู้สึกเสียใจนิดหน่อย...”
เด็กที่ถูกเกลียดจะเข้าใจความแค้นได้อย่างไร สิ่งที่มีอยู่ในใจเธอมีเพียงความต่ำต้อยและการเอาใจคนอื่นอย่างไม่รู้จบ คอยพยายามเปลี่ยนส่วนที่ทำให้คนเกลียดตัวเองอยู่ทุกเมื่อ เพื่อให้คนอื่นชอบ
ซ่งชิงเหอรู้สึกอึดอัดในใจ เธอด่าครอบครัวหวังเอ้อร์ฮวาอยู่ในใจ แต่บนใบหน้ากลับยิ้มแล้วพูดว่า “ต้ายา วางใจเถอะ”
เธอคิดว่ากองทัพมีความสามารถพอที่จะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตได้ดี น่าเสียดายที่บรรดาผู้นำคงไม่ทำเช่นนั้นโดยตรง
ทันทีที่เธอพูดจบ ก็มีคนหลายคนเข้ามาที่นอกลานบ้าน ได้แก่ ตัวแทนเฉินกุ้ยหลาน ผู้การจู เผิงซิงเย่ผู้เป็นพ่อของเผิงต้ายา และคนอีกหลายคนที่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่เมื่อครู่
พอเผิงต้ายาเห็นว่ามีคนมามากมาย เธอก็ประหม่าในทันที กลัวว่าตัวเองจะก่อเรื่อง และยิ่งกลัวสายตารังเกียจชิงชังที่พ่อกับแม่จะมองมา
ถ้าจะถามว่าใครในบ้านไม่ชอบเธอที่สุด เธอรู้คำตอบอยู่แก่ใจ ไม่ใช่แม่หรือน้องชาย ไม่ใช่ปู่ย่าด้วย แต่เป็นพ่อ...
