ผู้เฒ่าหลี่เองก็ตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ เขารู้สึกว่าชีวิตหลายสิบปีที่ผ่านมาเหมือนเสียเปล่า จะมีใครเก่งเท่าหมอเทวดาซ่งได้อีกล่ะ!
“เร็วเข้า เสี่ยวโจว ขี่จักรยานไปโรงพยาบาลทหาร เรียกผู้อำนวยการทั้งสองคนมาให้พวกเขาดูหน่อย” ผู้เฒ่าหลี่เรียกโจวหมิง
โจวหมิงตื่นเต้นไม่แพ้กัน พอถูกเรียกชื่อถึงได้สติ แล้วรีบไปเข็นจักรยานทันที
ดวงตาของหลิวซิ่วเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา แม้วันเปิดร้านยาเธอจะเห็นลู่หวยเฉินลุกขึ้นยืนแล้ว แต่ตอนนั้นยุ่งกับการเปิดร้านจนไม่ได้สังเกตให้ละเอียด พอมีโอกาสดูอีกที เขาก็กลับไปนั่งบนรถเข็นแล้ว
ตอนนั้นไม่มีจังหวะให้ร้องไห้ ตอนนี้เลยได้ร้องชดเชยคราวก่อนพอดี
“หวยเฉิน แม่รอวันนี้มานานเหลือเกิน ฮือ ๆ…” หลิวซิ่วปาดน้ำตา น้ำเสียงเจือความปวดใจ
อย่าคิดว่าเธอเป็นคนเปิดเผยไม่คิดมากอยู่เสมอ ที่จริงกลางดึกเธอกังวลเรื่องนี้ไม่น้อย กลางวันเมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัวก็ไม่กล้าแสดงความกังวลออกมา กลัวจะกดดันชิงเหอ หรือไม่ก็กลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดว่าเธอไม่เชื่อใจ
ทำได้เพียงเก็บความกังวลนั้นไว้ในใจ
ลู่หวยเฉินเองก็ตื่นเต้นอยู่บ้าง เหตุผลแทบไม่ต่างจากหลิวซิ่ว คราวก่อนเขายังไม่ทันได้ซึมซับความรู้สึก ความคิดนับไม่ถ้วนที่อัดแน่นอยู่ในใจก็สุดท้ายกลายเป็นการฝืนทนทั้งหมด
วันเปิดร้าน ช่วงแรกเขายังรู้สึกดีอยู่ แต่หลังจากนั้นขาก็ทรมานมาก ทั้งปวดตื้อและชา ไม่นานเหงื่อเย็นก็ผุดเต็มตัว แทบไม่มีโอกาสได้ตื่นเต้นเลย
