เสียงร้องไห้โหยหวนดังไม่ขาดสาย คนที่มามุงดูล้อมคอกวัวไว้แน่นหลายชั้น คนที่อยู่ข้างนอกยังเบียดกันเข้ามาไม่หยุด แม้แต่เด็กตัวเล็ก ๆ หลายคนก็วิ่งมาพยายามมุดเข้าไปข้างใน
ผู้ใหญ่ในบ้านรีบคว้าตัวเด็ก ๆ ของตัวเองไว้ ไม่ยอมให้เข้าไปในฝูงชน ปากก็พร่ำบอกไม่หยุดว่า “เด็กเล็กดูไม่ได้หรอก เดี๋ยวตาเป็นกุ้งยิง รีบกลับไปนอน!”
เสียงเอะอะดังระงมไปทั่ว
ซ่งชิงเหอรวบรวมลมปราณไว้ที่ท้องน้อย แล้วตะโกนเสียงดัง “หลีกทางหน่อย ๆ ฉันเป็นคนตระกูลซ่ง ขอเข้าไปดูซ่งชิงหย่าหน่อย!”
พูดจบ เธอยังยิ้มให้พวกป้า ๆ ทั้งหลาย พลางเดินแจกเมล็ดแตงโมให้คนละกำมือ “มา ๆ ดูไปกินไป ดูไปกินไปนะ”
คนเหล่านั้นรับเมล็ดแตงโมไปแล้วก็ขยับหลีกให้เธอเล็กน้อย เธอจึงแทรกตัวเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เข้าไปถึงในคอกวัวที่มีคนมามุงดู
มีคบไฟสองอันปักอยู่บนผนังดินของคอกวัว ถึงจะไม่สว่างเท่าไฟฟ้า แต่ก็พอให้มองเห็นชัดเจน
“โห!” ซ่งชิงเหอเพิ่งก้าวเข้ามาก็เห็นแม่สามียืนอยู่แถวหน้าสุด บนหลังแบกเด็กคนหนึ่ง ในอ้อมแขนกอดไว้อีกคน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสะใจและรอยยิ้มเย็นชา มุมปากยกขึ้นอย่างเยาะเย้ยสามส่วน ดูแคลนหกส่วน และยินดีอยู่หนึ่งส่วน
อุ้มเด็กทารกสองคนแล้วยังเบียดมาอยู่แถวหน้าสุดได้ ต้องบอกว่าพละกำลังดีจริง ๆ
พอหลิวซิ่วเห็นเธอเบียดเข้ามา ก็ยื่นมือมาหยิกแขนเธอทันที กัดฟันพูดว่า “มาดูเรื่องชาวบ้านจนไม่สนลูกแล้วหรือไง ฉันว่าเธอคงเบื่อชีวิตแล้วจริง ๆ!”
ยังดีที่หลิวซิ่วเข้าไปดูในห้องทันเวลา ไม่อย่างนั้นถ้าไม่มีใครอยู่ข้างตัวเด็ก แล้วเกิดมีขโมยมาอุ้มลูกไปจะทำยังไง? หรือถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในเปลล่ะ? แค่คิดถึงเรื่องพวกนี้ ใจก็เย็นวาบจนแทบไม่กล้าคิดต่อ
