ซ่งว่าวจินสงสัยว่าโจรคงรู้ว่าบ้านตระกูลซ่งมีของมีค่า ไม่อย่างนั้นจะกลับมาเป็นครั้งที่สองได้อย่างไร แถมยังพ่วงเขาเข้าไปด้วย
ส่วนตระกูลกู้ คงเป็นเพราะถูกนังเด็กเหลือขอซ่งชิงหย่าทำให้เดือดร้อน โจรอาจคิดว่าซ่งชิงหย่าที่ไม่มีค่าอะไรนั่นเอาของให้กู้หย่วน
ขนาดเรื่องแอบมีชู้ยังกล้าทำ แล้วจะมีอะไรที่ทำไม่ได้อีกล่ะ?
……
ซ่งชิงเหอกัดซาลาเปาที่รสชาติแย่ไปคำหนึ่ง พอให้นมต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าเสร็จ ก็อุ้มเด็กน้อยออกไปดูเรื่องสนุกกับหลิวซิ่ว
หลิวซิ่วอุ้มคนหนึ่ง ส่วนเธอใช้ผ้าผูกสะพายอีกคนไว้
เธอยังเข็นจักรยานออกไปด้วย ตั้งใจว่าจะดูเสร็จแล้วเข้าเมืองไปซื้อของต่อ เรื่องนี้ต่างหากที่สำคัญ หลิวซิ่วเห็นเธอเข็นจักรยานก็ครุ่นคิด ก่อนจะเข้าไปหยิบตะกร้าสานไม้ไผ่จากห้องโถงใหญ่แล้วสะพายออกมา
ซ่งชิงเหอมองผ้าอ้อมกับผ้าอนามัยที่วางอยู่ในตะกร้า สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
“บ้านตระกูลซ่งกับตระกูลกู้ไม่เหลืออะไรแล้ว ฉันจะขายของให้พวกเขาถูก ๆ หน่อย” หลิวซิ่วยิ้มแป้น
เดี๋ยวเธอจะให้เพื่อนเก่าช่วยพูดเชียร์สักสองสามคำ
พอได้ยิน ซ่งชิงเหอก็ยกนิ้วโป้งให้หลิวซิ่ว “แม่มีหัวการค้าจริง ๆ”
ถ้าไปอยู่ยุคปัจจุบัน รับรองว่าเป็นพนักงานขายยอดเยี่ยมแน่
หลิวซิ่วเข้าใจว่าเธอพูดอะไร จึงจัดผมให้เรียบร้อย “ขายออกแน่นอน!”
สองแม่สามีลูกสะใภ้มาถึงบ้านตระกูลกู้ ซ่งชิงหย่าออกมาจากลานบ้านแล้ว ซ่งต้าเฉียงแบกเธอเดินไปบ้านตระกูลกู้ที่อยู่ติดกัน กู้หย่วนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปักดอกไม้แดงไว้ตรงอก ยืนรอรับเธออยู่ด้านนอก
ตอนนี้ใบหน้าซ่งชิงหย่าทาแป้งหนาเตอะ ริมฝีปากก็แต้มลิปสติก ผมมัดเป็นมวยไว้ด้านหลัง ผูกด้วยยางรัดผมสีแดง แต่ทั้งสีหน้าและสีหน้าหมองคล้ำก็ยังปกปิดด้วยแป้งไม่มิด
