ซ่งชิงเหอยิ้มหน้าบาน ก่อนจะทำเสียงออดอ้อนตะโกนว่า “ดีจังเลย! ในที่สุดพี่สาวฉันก็สมหวัง ได้แต่งกับกู้หย่วนแล้ว!”
คอกวัวที่กำลังครึกครื้นเงียบลงชั่วขณะ ทุกคนหันมามองเธอพร้อมกัน สายตาเต็มไปด้วยความเห็นใจปนกับความรู้สึกเหมือนกำลังมองคนโง่
หลิวซิ่วที่อุ้มเด็กอยู่ทนไม่ไหว ยกมือขึ้นปิดหน้า นังตัวซวยที่ยังทำเป็นได้ใจอีก
“อ้า… ฮือ ๆ ๆ…” ซ่งชิงหย่าร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง ใบหน้าที่หม่นหมองบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ให้เธอแต่งกับกู้หย่วน ชีวิตนี้ก็จบเห่แล้ว
ท่าทางเหมือนผีผู้หญิงของเธอทำให้ซ่งต้าเฉียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ
กู้หย่วนไม่แม้แต่จะมองซ่งชิงหย่า สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ซ่งชิงเหอ ทั้งซับซ้อน ทั้งเสียใจ ทั้งลังเล… อารมณ์นานัปการอัดแน่นอยู่ในสมองและหัวใจ
ขณะเดียวกัน เสียงพูดคุยของชาวบ้านกับเพื่อนบ้านรอบตัวก็ลอยเข้าหูเขา
“เหมาะกันดีนะ เหมาะกันดี ไม่รู้ว่าบ้านกู้จะแต่งงานแล้วมีลูกได้หรือเปล่า”
“ฉันว่ายากนะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ…”
“ชิงเหอนี่มันซื่อจริง ๆ จนป่านนี้ยังดีใจแทนพี่สาวอยู่เลย ทั้งที่อีกฝ่ายคิดจะขายเธอด้วยซ้ำ สงสัยสมองจะมีปัญหานิดหน่อยละมั้ง”
“พูดก็พูดเถอะ ฉันน่ะคิดมานานแล้วว่าซ่งชิงเหอสมองไม่ค่อยดี ตอนเด็กคงโดนซุนเฟิ่งตีจนเพี้ยนไป คนปกติที่ไหนจะซื่อบื้อขนาดนี้”
“พรุ่งนี้ก็แต่งแล้ว เร็วไปหรือเปล่าเนี่ย ต้องมีเด็กกลิ้งเตียงไหม หลานชายตัวน้อยบ้านฉันกลิ้งเตียงเก่งนะ ไม่ต้องการอะไรเลย ขอแค่ไข่ไก่ห้าฟองก็พอ”
“ถุย ถ้าจะให้เด็กกลิ้งเตียงก็ไม่ถึงตาหลานบ้านเธอหรอก หลานชายบ้านฉันไม่เพียงกลิ้งเตียงเก่ง ยังพูดคำมงคลได้ด้วย ถ้าจะให้กลิ้งก็ต้องเป็นหลานบ้านฉัน ไข่ไก่สี่ฟองก็พอ”
