โจวหลิงไม่หวั่นเกรงสายตาที่คนรอบข้างมองมาแม้แต่น้อย แถมยังทำสีหน้าราวกับจะบอกว่า ‘ก็ใช่น่ะสิ’ อีกด้วย
เธอคิดว่าถึงทั้งสองคนจะไม่ได้ทำอะไรกัน ซ่งต้าเฉียงก็ต้องคิดอกุศลอยู่แน่ ๆ ในเมื่อตอนนี้ชื่อเสียงของตระกูลซ่งป่นปี้ไปหมดแล้ว จะพูดเรื่องพวกนั้นออกมาอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป
“ซุนเฟิ่ง เธอเลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว! วันนี้เสี่ยวหย่วนของฉันดูตัวกับลูกสาวเลขาพรรคประจำหมู่บ้านข้าง ๆ จนตกลงกันได้แล้ว ไม่มีทางไปยุ่งเกี่ยวกับซ่งชิงหย่าอีก ต้องเป็นซ่งชิงหย่าที่มายั่วยวนเขาแน่ ๆ ปกติเธอก็ชอบไปหว่านเสน่ห์ผู้ชายในหมู่บ้านอยู่แล้ว เป็นผู้หญิงสำส่อนชัด ๆ!” ตอนนี้ถานหงเหมยเองก็แทบคลุ้มคลั่ง พยายามทุกทางเพื่อให้หลุดพ้นจากตระกูลซ่ง
ลูกชายคนดีของเธอจะไปแต่งกับผู้หญิงสารเลวนั่นไม่ได้ ไม่อย่างนั้นชีวิตที่เหลือคงพังพินาศ แม้แต่เสียงคนรอบข้างที่พูดว่าลูกชายเธอไม่ได้เรื่อง เธอก็ยังฝืนทำเป็นไม่ได้ยิน…
ถานหงเหมยถึงกับสงสัยว่าเรื่องนี้เป็นแผนการที่ซ่งชิงหย่าตัวสารเลวคนนั้นวางไว้คนเดียว เธอเห็นผู้หญิงคนนั้นแอบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่หน้าประตูบ้านหลายครั้งแล้ว เห็นชัด ๆ ว่าอยากเจอเสี่ยวหย่วนของเธอ!
ซ่งชิงหย่าเคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อนเสียที่ไหน เพียงแต่ก่อนหน้านี้เสี่ยวหย่วนเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ แถมเขาก็ชอบด้วย เธอเลยแกล้งทำเป็นไม่เห็น
พอคิดถึงตรงนี้ เธอก็คุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ ประสานมือทั้งสองข้างแล้วร้องเสียงดังว่า “เจ้าแม่กวนอิมเจ้าขา~ ลูกชายฉันถูกนังสารเลวหน้าด้านวางแผนเล่นงาน เขากำลังจะหมั้นกับเสี่ยวฮุ่ยอยู่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นทั้งสวยทั้งสดใส แถมยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เขาจะไม่แต่งกับนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่กลับไปพัวพันกับผู้หญิงเหลือขอแบบนี้ทำไม!
