“เป็นหนุ่มที่ฉันไล่ออกไปเมื่อวานนั่นแหละ” หลิวซิ่วพูดพลางพับแขนเสื้อ เตรียมเดินออกไปข้างนอก ท่าทางราวกับกำลังจะไปเอาเรื่องใครสักคน
ยังกล้ามาบอกว่ามาเยี่ยม มาตรวจดูอาการอีกเหรอ หน้าด้านมาจากไหนกัน
“ผมออกไปไล่เขากลับเอง ป้าก็อยู่เป็นเพื่อนเสี่ยวลู่ที่นี่เถอะ” ผู้อำนวยการเหรินเดินออกไปก่อน สีหน้าขรึมและเจือความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ซ่งชิงเหอเห็นดังนั้นจึงดึงแขนหลิวซิ่วไว้ เป็นเชิงบอกไม่ให้ตามออกไป อีกฝ่ายเป็นคนของโรงพยาบาลทหาร ให้ผู้อำนวยการเหรินออกไปจัดการก็เหมาะแล้ว
ด้านนอกลานบ้าน ผู้อำนวยการเหรินถามหม่าเสี่ยวหลินด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ผู้อาวุโสเจิงให้เธอมาหรือ?”
หม่าเสี่ยวหลินหดคอ น้ำเสียงฟังดูรู้สึกผิดอยู่บ้าง “ผู้อำนวยการเหริน ผู้อาวุโสเจิงให้ผมมาดูว่าวันนี้ผู้กองลู่อาการเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือเปล่า...”
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย เขาแค่ทำตามคำสั่งของผู้อาวุโสเจิงเท่านั้น
ในฐานะแพทย์ที่เพิ่งเข้าทำงานใหม่ หัวหน้าสั่งอะไรก็ทำอย่างนั้น ถ้ารู้ว่าวันนี้ผู้อำนวยการเหรินอยู่ด้วย เขาคงหาข้ออ้างไม่มาแล้ว
เรื่องที่ผู้อาวุโสเจิงกับผู้อำนวยการเหรินตบโต๊ะเถียงกันเมื่อวานทำให้เขายังกลัวไม่หาย อย่าให้คนใหญ่คนโตทะเลาะกันแล้วลูกกระจ๊อกอย่างเขาต้องพลอยซวยไปด้วยเลย...
ผู้อำนวยการเหรินหัวเราะเยาะ “มีอะไรให้ดู? เสี่ยวซ่งไม่ใช่คนของโรงพยาบาล รักษาหายหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ รีบกลับไปได้แล้ว อย่ามายืนเกะกะอยู่ตรงนี้”
หม่าเสี่ยวหลินไม่ค่อยเต็มใจนัก ยังชะเง้อมองเข้าไปในห้องโถงกลาง แล้วถามว่า “ถ้าอย่างนั้นผู้อำนวยการเหรินช่วยบอกสถานการณ์ของผู้กองลู่ตอนนี้ให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ? ขาของเขาจะกลับมารู้สึกได้หรือเปล่า?”
