นางรออยู่ที่นี่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เห็นสองพี่น้องหน้าคุ้นยกกับข้าวขึ้นโต๊ะของหวังหู่จนหมด
นางตื่นเต้นจนดึงแขนเสื้อของจี้เยี่ยนอัน
จี้เยี่ยนอันพยายามทรงตัวไว้มิให้ถูกเห็ดน้อยไร้ความยับยั้งดึงจนเสียหลัก พลางแอบมองไปทางหวังหู่
เห็นเขาหัวเราะร่ากินเนื้อดื่มซุปอย่างเอร็ดอร่อยก็วางใจ
อย่างน้อยก็ไม่เสียของที่สองพี่น้องนั่น 'ตั้งใจ' จัดมาให้
ขณะเดียวกัน ในใจจี้เยี่ยนอันก็แอบเพิ่มความระแวดระวัง ต่อไปจวนของตนต้องพิถีพิถันเลือกคนยกกับข้าวเสียหน่อย
หากเจอคนไม่ชอบหน้าเช่นนี้แล้วเกิดเรื่องขึ้นอีก ข้ายอมตายเสียยังดีกว่า
พ่อครัวก็ล่วงเกินไม่ได้ หากล่วงเกินก็ต้องเปลี่ยนออกให้สิ้น
มิฉะนั้น ใครจะรู้ว่าในที่ลับตาเขาจะแอบเติมอะไรลงในอาหารหรือไม่
คิดถึงตรงนี้ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าข้างกายเงียบไป
ก้มลงมองดู เหอะ เจ้าเด็กนั่นหายไปอีกแล้ว
นี่มันปล่อยมือปุ๊บหายปั๊บจริง ๆ
ตอนนี้เจียงอวิ๋นซุ่ยตามสองพี่น้องออกไปแล้ว
มองดูทั้งสองเดินไปถึงที่ลับตาคนก็เริ่มกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
พี่ชายจอมเกรี้ยวกราดหงุดหงิด "รู้งี้ข้าถ่มน้ำลายลงไปมากกว่านี้ก็ดี โอกาสดีแท้ ๆ ยังไงข้าก็ยกซุปไป ถ่มเพิ่มอีกหน่อยเขาก็กินไม่ออกหรอก"
น้องชายสุขุมตีเขาเบา ๆ "เบาเสียงหน่อย"
เจียงอวิ๋นซุ่ยเห็นเขาไม่โต้แย้ง กะประมาณว่าคงเห็นด้วยเช่นกัน
ทั้งสองกำลังจะพูดต่อ แต่เจียงอวิ๋นซุ่ยกลับเห็นคนเดินมาทางนี้
