ครั้นพบหลินฉือโถวและพรรคพวกแล้ว ผู้คนในค่ายเห็นไก่ตัวผู้ตัวใหญ่กับสุนัขที่นางพามาด้วย ก็ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น
“สุนัขตัวใหญ่และสง่างามยิ่งนัก!”
“เจียงอวิ๋นซุ่ย นี่สุนัขที่เจ้าเลี้ยงไว้หรือ? ข้าไม่เคยเห็นสุนัขตัวใหญ่เช่นนี้มาก่อน ช่างสง่างามเสียจริง”
“พวกมันเป็นสุนัขพันธุ์ใด? รู้สึกว่าตัวใหญ่กว่าหมูป่าเสียอีก”
“เมื่อวานนี้หากมีพวกมันสองตัวอยู่ด้วย ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวเจ้าหมูป่าสามตัวนั่นแล้ว”
เจียงอวิ๋นซุ่ยพยักหน้าตาม จั่วจั่วกับโย่วโย่วเก่งกาจเสียจริง เมื่อวานหากพวกมันอยู่ด้วย แน่นอนว่าไม่ต้องกลัวหมูป่า
“พวกมันคือหมาโอวนะ ดูคล้ายสิงโตหรือไม่”
ขนแผงคอที่คอกับรูปร่างอันกำยำ บัดนี้ยิ่งดูแล้วก็คล้ายสิงโตเข้าไปใหญ่ แต่เป็นสิงโตที่ยังไม่โตเต็มวัย
“สิงโตอะไรน่ะ?”
“ข้ารู้แล้ว สิงโตหินที่ตั้งอยู่หน้าประตูบ้านของตระกูลใหญ่เหล่านั้น!”
“ดูคล้ายยิ่งนัก”
“อวิ๋นซุ่ย อวิ๋นซุ่ย พวกเราขอลูบพวกมันได้หรือไม่?”
เด็ก ๆ ผู้ใดเล่าจะไม่ชอบสัตว์ขนปุกปุยตัวใหญ่เปี่ยมสง่าราศีเยี่ยงนี้
สุนัขสองตัวนี้ทำให้เด็กกลุ่มหนึ่งหลงใหลจนแทบถอนตัวไม่ขึ้น
เดิมทีทุกคนก็ชื่นชอบเจียงอวิ๋นซุ่ยเพราะเรื่องเมื่อวานอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งพากันเลื่อมใสนางมากขึ้นไปอีก
นางเลี้ยงสุนัขตัวใหญ่ถึงสองตัวได้อย่างไร!
เจียงอวิ๋นซุ่ยผงกศีรษะ “ลูบเถิด แต่อย่าไปดึงขนของจั่วจั่วกับโย่วโย่วเป็นอันขาด”
“ดีนัก อวิ๋นซุ่ย เจ้าดีที่สุด เก่งกาจที่สุด”
คำยกยอเป็นทอด ๆ ทำเอาเจ้าเห็ดน้อยลำพองใจจนหางแทบจะชี้ขึ้นฟ้า
