ที่นี่ก็มีพวกทองคำเงินตราอยู่บ้าง
แต่ทุกคนล้วนไม่หยิบฉวย
หวาดระแวงว่าของเหล่านี้อาจมีกู่สิงสถิต
“ไปกันเถิด ไปกันเถิด พวกเราไปยังสุสานห้องอื่นดีกว่า”
ได้ชมเรื่องราวบนภาพผนังแล้ว มีผู้ยกมือลูบต้นแขนตน
“องค์หญิงหรงหยางช่างเป็นสตรีจิตใจเหี้ยมโหดยิ่งนัก ตามเรื่องราวบนภาพผนังและตำนานที่เล่าขานสืบมา อ๋องหรงหยางทรงหลงรักนางตั้งแต่แรกพบ ภายหลังจึงแต่งตั้งเป็นองค์หญิง และทรงสัญญาว่าชั่วชีวิตนี้จะทรงมีนางเพียงผู้เดียว
แต่หลังจากอภิเษกได้เพียงห้าปี ในจวนอ๋องหรงหยางกลับมีคุณหนูลูกพี่ลูกน้องพำนักอยู่ หลังจากนั้นด้วยการวางแผนจงใจของนางผู้นั้น อ๋องหรงหยางก็ได้มีความสัมพันธ์กับนางและรับนางเป็นอนุภรรยา ผิดคำปฏิญาณที่เคยให้ไว้กับองค์หญิง
และภายหลังก็ทรงทำให้องค์หญิงหรงหยางต้องลำบากยากเข็ญเพราะนางอนุคนนี้อีกหลายครา สุดท้ายองค์หญิงหมดความอดกลั้น จึงลอบสังหารทั้งสองคน และหลังจากสิ้นพระชนม์แล้วก็มิทรงยินยอมร่วมสุสานกับอ๋องหรงหยาง นางจึงเข้ายึดครองสุสานหลักของอ๋อง ย้ายร่างอ๋องหรงหยางไปยังที่ใกล้ปากสุสานคอยเฝ้าประตู”
จี้ลู่ร้องซู่ซ่าสองครา “อ๋องหรงหยางนี่ก็สมควรตายนะพ่ะย่ะค่ะ ให้คำมั่นสัญญากับหญิงกู่ตามอำเภอใจ แต่กลับไม่รักษาสัญญา”
เจียงอวิ๋นซุ่ยพยักหน้า “ถูกต้อง สมควรนัก”
จี้ลู่กดศีรษะน้อยๆ ของนางไว้ “เด็กอย่างเจ้าจะรู้อันใด”
เจียงอวิ๋นซุ่ยฮัมเพลงสองหน มือเล็กๆ เท้าสะเอว “ข้าย่อมรู้แน่นอน ก็อ๋องอะไรนั่นเป็นฝ่ายผิดคำพูดจนอ้วนพีเองน่ะสิ”
