วันรุ่งขึ้น เจียงอวิ๋นซุ่ยถูกเสียงนกเจี๊ยวจ๊าวอันคุ้นเคยปลุกให้ตื่น
นางลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย มองตามเสียงนั้นไป ก็พบว่านกนานาชนิดเกาะอยู่เต็มต้นไม้ในลานบ้าน
เหมียว~
แมวดำสะบัดหางมาถูขานาง
เจียงอวิ๋นซุ่ยหาวหวอด แล้วกวาดตามองรอบลานบ้านก็ตกใจ
ว้าว! เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
เมื่อคืนนางหลับไปโดยไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย
สัมผัสได้ถึงพลังในกายที่เต็มเปี่ยมยิ่งกว่าปกติ เจียงอวิ๋นซุ่ยพบว่าตอนนี้ตนเองมีแรงราวกับวัวสาร
หญ้าเยอะมาก เห็ดก็เยอะ
วัชพืชพวกนั้นขึ้นสูงเสียจนน่าตกใจ
แต่มองดูชุ่มฉ่ำน้ำ เห็นทีพวกสัตว์กินพืชต้องชอบเป็นแน่
เจียงอวิ๋นซุ่ยพับแขนเสื้อขึ้น ไปหยิบเคียวมา แล้วก็ลงมือตัดหญ้าอย่างขะมักเขม้น
แล้วนำไปให้ม้าที่เลี้ยงอยู่ที่ลานหลังกิน
ม้าตัวนั้นคือม้าขาเป๋ที่เจียงอวิ๋นซุ่ยเก็บมาได้นั่นเอง
ตอนนี้ขาของมันหายดีแล้ว อาการป่วยก็หายเป็นปลิดทิ้ง
หลังจากหายป่วย ม้าตัวนี้กินจุเสียจนน่าตกใจ ม้าตัวเดียวกินอาหารเท่าม้าสามตัวถึงจะอิ่ม
โชคดีที่เจียงอวิ๋นซุ่ยไม่เดือดร้อนเรื่องอาหารของมัน
วัชพืชในลานบ้านตัดไปชุดหนึ่งก็งอกใหม่ชุดหนึ่ง
บวกกับกากถั่วเหลือง กากมันเผา แถมยังให้ไข่ไก่เล็กน้อย ผ่านการเลี้ยงดูมาช่วงเวลาหนึ่ง ม้าที่ผอมจนเห็นกระดูก ดูเหมือนใกล้ตายตัวนั้น ตอนนี้เนื้อหนังกลับงอกขึ้นราวกับเป่าลูกโป่ง
พอเห็นว่ามันหายดีเป็นปกติแล้ว เจียงอวิ๋นซุ่ยก็พามันไปอาบน้ำ
พออาบเสร็จก็พบว่าขนของมันไม่ได้เป็นสีเทาหม่น ๆ หากแต่เป็นสีเงินขาวงดงาม
