เสบียงของเปี่ยวกั๋วยังมาไม่ถึง
ครั้นถึงยามบ่ายของวันถัดมา จี้เยี่ยนอันให้คนไปตั้งหม้อหุงข้าวบนกำแพงเมือง แถมยังให้ฆ่าหมูและห่านตัวโตอย่างจงใจ
กลิ่นหอมกรุ่นลอยตามลมเข้าไปยังค่ายของเปี่ยวกั๋ว
บนกำแพงเมือง หมู่ทหารยกชามข้าวขึ้นมา ในมือบางคนยังถือขาห่านตัวโต พลางกินพลางตะโกนลงไปยังผู้คนเบื้องล่าง
“ฮ่าๆ ข้างล่างนั่น วันนี้กินอะไรกันเล่า มาเล่าสู่กันฟังบ้างสิ”
“ฮ่าๆๆๆ… เสบียงถูกเผาวอด กินอิ่มหรือยังก็ยังเป็นปัญหาอยู่นะ”
“โอ้โฮ เนื้อห่านหอมชะมัด”
“หมูตุ๋นวุ้นเส้นก็รสดีไม่เบา”
พวกเปี่ยวกั๋วที่อดมื้อกินมื้อเพราะเสบียงถูกเผาอยู่แล้ว ยามนี้ได้ยินก็กัดเขี้ยวเคี้ยวฟัน จ้องมองคนบนกำแพงเมืองด้วยแววตาฉานแค้น
“พวกต้าเหลียงที่ต่ำช้า ข้าจะดูว่าพวกเอ็งจะเหิมเกริมได้อีกนานสักเท่าใด!”
สองฝ่ายเริ่มโต้เถียงกัน เจียงอวิ๋นซุ่ยเองก็มานอนพาดกายอยู่บนกำแพงเมือง มองลงไปเบื้องล่าง
ในมือยังถือคอห่าน ค่อย ๆ แทะเนื้อที่ติดอยู่
พลางกินพลางฟังสองฝ่ายทะเลาะกัน นางดูสนุกสนานรื่นเริงยิ่งนัก
อย่างไรเสียฝ่ายตนก็ไม่มีใครเสียเปรียบ
พอกินหมดแล้ว ก็เช็ดมือเช็ดปากสะอาด แล้ววิ่งไปหาจี้เยี่ยนอัน หยิบลูกแอปเปิ้ลมาแทะอีก
“ข้าไปหาท่านอ้วนพ่อครัวใหญ่ก่อนนะ เขาทำไข่พะโล้ไว้ให้ข้า”
พูดจบนางก็วิ่งกระโดดกะปริดกะปรอยออกไป
ครั้นมาถึงกองเสบียง ก็เห็นท่านปู่อ้วนกำลังกำชับให้คนเก็บขนห่านที่กองอยู่บนพื้นไปทิ้งเสีย
พอได้เห็นขนห่านพวกนั้น ในหัวของเจียงอวิ๋นซุ่ยก็ปรากฏภาพของเสื้อขนห่านขึ้นมาทันที
อืม ความทรงจำสืบทอดถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว
