หลังจากเจียงอวิ๋นซุ่ยสนิทสนมกับเด็ก ๆ ที่นี่แล้ว ความกล้าของนางก็ยิ่งทวีขึ้น
กระโจนลงน้ำไปจับปลากับทุกคน ล้วนเป็นปลาตัวเล็ก ๆ อีกทั้งยังมีกุ้ง ปู และอื่น ๆ
“ของพวกนี้เอาไปทอดน้ำมันอร่อยที่สุด”
เจียงอวิ๋นซุ่ยให้ความเห็น
หลินฉือโถว: “ทอดน้ำมันย่อมเอร็ดอร่อย แต่อาเหนียงของข้าทำกับข้าวแต่ละครั้งล้วนเสียดายน้ำมัน ไม่ยอมใส่มาก”
เด็กคนอื่น ๆ ก็ผงกศีรษะ
คนแถบนี้ส่วนใหญ่ใช้น้ำมันหมู ปีหนึ่งเคี่ยวครั้งเดียว ครั้งเดียวใช้ได้หนึ่งปี
เท่าที่เจียงอวิ๋นซุ่ยทราบ หมูในตอนนี้ล้วนเป็นหมูที่ยังไม่ได้ตอน หมูที่เลี้ยงไว้จึงเติบโตช้า ทั้งยังมีกลิ่นสาบรุนแรง
หมูหนึ่งตัวปริมาณที่ใช้เคี่ยวน้ำมันหมูได้นั้นไม่มาก
“ไม่ใช่มีผักกาดน้ำมันหรือ”
ทางนี้ก็มีปลูกเช่นกันกระมัง
“มีขอรับ เมล็ดผักกาดน้ำมันของพวกข้าล้วนต้องเอาไปขายที่ตลาด เมล็ดขายได้ราคาถูกยิ่ง แต่น้ำมันผักกลับแพงนัก อาเตี๋ยอาเหนียงของพวกข้าล้วนเสียดายไม่กล้าซื้อ”
เข้าใจแล้ว วิธีบีบน้ำมันถูกควบคุมอยู่ในมือตระกูลชั้นสูง
ตอนอยู่ข้างกายจี้เยี่ยนอันกับพวก เวลาพวกเขาหารือเรื่องสำคัญไม่เคยหลีกเลี่ยงนางเลย ฉะนั้นต่อให้เจียงอวิ๋นซุ่ยไม่ได้ตั้งใจเรียน แต่นางก็เข้าใจมากกว่าเด็กทั่วไปจากการได้พบเห็นและสัมผัสเช่นนี้
อีกทั้งจิตวิญญาณของนางก็มิใช่เด็กห้าขวบแท้จริง สิ่งที่จำได้ตามปกติจะไม่ผลัดหลงในพริบตา
ยกเว้นการอ่านหนังสือ
