เจียงอวิ๋นซุ่ยไม่รู้หรอกว่าสหายใหญ่คนใหม่ของนางนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด นางหมอบอยู่ริมฝั่งช่วยโย่วโย่วลากหมาป่าตัวนั้นกลับเข้าฝั่ง
บาดเจ็บสาหัสอยู่บ้าง ตรงตัวมีรอยกรงเล็บหมีตะปบลึกจนเห็นกระดูก
โย่วโย่วกำลังร้อนรนเดินวนรอบหมาป่าสีขาวที่บาดเจ็บสาหัส
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง……”
พี่ใหญ่อย่างหมา ครานี้มองเจียงอวิ๋นซุ่ยด้วยแววตาอ้อนวอน
ความหมายขอความช่วยเหลือนั้น ต่อให้ฟังเสียงมันไม่ออกก็ดูออก
“เสิ่นชิงจู๋!”
ยามนี้ต้องหาใครมาช่วยแล้ว
เจียงอวิ๋นซุ่ยยัดน้ำค้างทิพย์ให้หมาป่าสีขาวไปบ้าง
“โย่วโย่ว เจ้าวางใจเถิด เราจะพยายามรักษาสหายของเจ้าให้หายดี”
เสิ่นชิงจู๋เข้ามา ป้อนยาสลบชนิดอัดเม็ดให้หมาป่าสีขาวก่อนหนึ่งเม็ด
“แผลนี้ต้องเย็บ”
ตั้งแต่ถูกเจียงอวิ๋นซุ่ยชี้แนะว่าแผลสามารถเย็บได้ เขาก็ได้ลองผิดลองถูกในค่ายทหารหลายครั้ง บัดนี้เย็บแผลก็คล่องแคล่วขึ้นมากแล้ว
ทั้งยังตีเครื่องมือที่ถนัดมือขึ้นมาชุดหนึ่งด้วย
หมาป่าสีขาวกินยาแล้วก็หมดสติไปอย่างรวดเร็ว เสิ่นชิงจู๋หยิบเครื่องมือออกมาเริ่มลงมือ
ทว่าฝูงหมาป่าอีกฟากหนึ่งระแวดระวังพวกเขายิ่งนัก
แม้จะมีจั่วจั่วกับโย่วโย่วอยู่ด้วย ก็ไม่ยอมให้เสิ่นชิงจู๋แตะต้องหมาป่าสีขาว
เห็ดน้อยกระโดดขึ้นไปก็จับหูพวกมันพูดเหตุผล
หมาป่าที่ถูกจับหูแยกเขี้ยว
เจียงอวิ๋นซุ่ยยื่นมือเล็ก ๆ บีบปากพวกมันให้หุบลง
“พูดเหตุผลกันหน่อยสิ เรากำลังช่วยชีวิตมันอยู่นะ”
ชุดการกระทำนี้ทำเอาผู้คุ้มกันสองสามคนตกใจจนพูดไม่ออก ตัวแข็งทื่อ
