ห้าวันก่อน เจียงอวิ๋นซุ่ยให้จี้เยี่ยนอันพามันมา อาบน้ำให้และหวีขนให้เรียบร้อย
ไม่คิดว่าเสวี่ยจะเดินเตร่ไปที่หลังบ้าน แล้วก็สบตากับเซียวป๋ายเพียงแวบเดียว ก็ตกหลุมรักทันที
หลังจากนั้น ก็ไม่ต้องรอให้ใครมาพามันอีก เสวี่ยเองก็จะมาตรงเวลาในจวนทุกวัน
วันนี้ต้องไปที่คฤหาสน์ชนบท เซียวป๋ายถูกพาไปด้วย เสวี่ยก็ต้องตามไปเช่นกัน
ช่วงนี้ ทุกคนก็เห็นเสวี่ยเดินวนเวียนรอบ ๆเซียวป๋ายเหมือนนกยูงกางหาง แม้แต่เด็กเล็กๆ ก็รู้ว่ามันอยากได้เซียวป๋ายเป็นภรรยา
และเสวี่ยก็มองจี้เยี่ยนอันที่ขี่อยู่บนหลังเซียวป๋ายไม่ชอบหน้าอย่างมาก
จี้เยี่ยนอัน: “หากน้ำลายเจ้ากระเด็นใส่ข้า ต่อไปก็อย่าหวังจะได้เข้ามาเห็นเซียวป๋ายอีก”
เห็นท่าทีเสวี่ยจะสั่นจมูกแสดงความไม่พอใจ จี้เยี่ยนอันก็เอ่ยข่มขู่เสียงเย็นเยียบ
เสวี่ย: …………
มันส่ายหัว แล้วก็ส่ายหางอย่างสง่างาม ไม่ถือสากับคนสองขาตัวนี้
ที่คฤหาสน์ชนบท ทุกคนกำลังวุ่นวายกันอยู่
ด้านหนึ่งปลูกข้าวเจ้า แต่ส่วนใหญ่เป็นข้าวสาลี
ตอนนี้กำลังถึงฤดูเพาะกล้า
การเพาะกล้าข้าวเจ้าทำตามที่เจียงอวิ๋นซุ่ยว่า คือเริ่มจากใช้น้ำอุ่นแช่เมล็ด รอให้งอกแล้วจึงโรยเมล็ดที่งอกแล้วลงในแปลงยาวที่เตรียมไว้อย่างสม่ำเสมอ
โรยเสร็จแล้ว ก็ใช้ตะแกรงร่อนดินที่ละเอียดและบางเบา โรยกลบเมล็ดบางๆ หนึ่งชั้น แล้วใช้กระดาษน้ำมันทำเป็นเรือนเล็กๆ
อุณหภูมิในเรือนเหมาะกับการเจริญเติบโตของต้นกล้าข้าวเจ้าเหล่านี้
