เจียงอวิ๋นซุ่ยดูอยู่นานแต่ไม่ปริปาก แอบชำเลืองมองจี้เยี่ยนอันครั้งหนึ่ง เห็นเขาไม่เร่งรัด ก็เริ่มเหม่อลอย
มือไม้อยู่ไม่สุข
แคะเล็บมือเล่นอย่างเบื่อหน่าย เท้าถูไถไปมาบนพื้น ราวกับจะขุดหลุมเล็ก ๆ แล้วหมอบลงไป
อย่างไรนางก็ไม่ทำให้ตนเองลำบาก
ทันใดนั้นหน้าผากก็ถูกดีด
“โอ๊ย”
อวิ๋นซุ่ยที่กำลังเหม่อถูกดีดจนได้สติ กุมหน้าผากตัวเอง ปากน้อยยู่ มุมตาหย่อนยานราวกับลูกสุนัขน่าสงสารที่ถูกรังแก
“โง่”
เสียงเย็นชาแต่แฝงรอยยิ้มของเด็กหนุ่มดังขึ้น
เจียงอวิ๋นซุ่ยพึมพำ “มัน…ดูเหมือนกันหมดนี่นา”
จี้เยี่ยนอันปรายตามองนาง คนโง่เอ๊ย ไม่รู้ก็ไม่รู้ ยังจะว่าเหมือนกันอีก
พอดีเวลานั้นแม่นมโจวก็นำคนส่งอาหารเข้ามา
เจียงอวิ๋นซุ่ยถูกกลิ่นหอมยั่วยวนเหล่านั้นดึงดูดความสนใจไปทันที
นางลูบท้อง หิวแล้ว
วันนี้ตื่นเช้า ไม่มีเวลากินอาหารเช้าเลย
เห็นจี้เยี่ยนอันลุกขึ้นแล้วเดินไปอย่างเฉื่อยชา นางรีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามไปข้างหลังเขา
จี้เยี่ยนอันเพิ่งหยุดยืนที่หน้าโต๊ะ เด็กน้อยที่จดจ่อจับจ้องกับข้าวพวกนั้นแล้วก้มหน้าเดินไม่ทันระวัง ก็ชนเข้ากับร่างเขาอย่างจัง
ร่างโปร่งบางของจี้เยี่ยนอันถูกชนจนเซถลาไปข้างหน้าสองก้าว
หันไปดู ต้นเหตุที่ก่อเรื่องนั่งกองกับพื้น กุมหน้าผากไว้ แววตาใสซื่อไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความงุนงง
จี้เยี่ยนอันโกรธจนขำ “ลูกตาอยู่บนโต๊ะหรือไร เดินไม่ดูทาง”
เจียงอวิ๋นซุ่ยไม่ได้ร้องไห้ ลูบคลำหน้าผากเล็ก ๆ ของตนอย่างเขินอาย
