ทั้งสองกินอาหารที่แย่เป็นอย่างยิ่งมื้อหนึ่ง
แล้วปากยังดำปี๋อีกด้วย
เจียงอวิ๋นซุ่ยย่ำแย่ที่สุด กินห่วยก็แล้ว โถมคิ้วผมยังไม่เหลืออีก
บัดนี้ใบหน้าน้อยดำปิ๊ดปี๋บึ้งตึง ขยันส่งสายตาคับแค้นใจไปให้ซ่งจิ้นเป็นระยะ
ซ่งจิ้นเช็ดปาก
“มองข้าทำไมกัน ข้ามิได้บอกว่าทำอาหารเป็นเสียหน่อย”
เจียงอวิ๋นซุ่ยแผดเสียงดังลั่น “ออกตามท่านมา ทุกข์ทนเหลือที่คิด!”
ซ่งจิ้นว่า “ในหมู่มิใช่มีคนทำครัวเป็นหรือ นี่ก็มิได้ตามมาเถิด”
เห็ดน้อยกลอกตาใส่เขาอย่างไม่ไว้หน้า
ซ่งจิ้นอดไม่ได้จริงๆ หลุดหัวเราะออกมา
ฮ่าๆๆ… ท่วงทีน้อยเช่นนี้ช่างน่าขันนัก
ตลอดทางนี้มีตัวตลกเช่นเจ้าอยู่ด้วย แท้ไม่น่าเบื่อเอาเสียเลย
เขาไม่เบื่อแล้ว เจียงอวิ๋นซุ่ยยิ่งคิดยิ่งโมโห ลุกขึ้นเหยียบเท้าซ่งจิ้นทีหนึ่งหมายวิ่งหนี
แต่หนีไม่ทัน ขาสั้นถ่วงความว่องไวนาง ทั้งซ่งจิ้นยังตารวดมือไว
เห็ดน้อยถูกจับไว้ได้
ทำหน้าน้อยเซื่องซีดถูกตีก้นสองที
“ข้าจะไปฟ้อง พอพบจี้เยี่ยนอันข้าจะฟ้องเป็นเรื่องแรก ว่าท่านทารุณเด็ก”
ซ่งจิ้นคาบหญ้าแห้งอยู่ปาก กอดอกพิงหิน
“ตามใจเถิด รอพบก่อนค่อยว่ากัน อย่าส่งเสียง ข้าขอพักสักประเดี๋ยว มิเช่นนั้นไร้เรี่ยวแรงหาต่อไป”
เจียงอวิ๋นซุ่ยหันไปทางเขา ชกลมเป็นท่ามวยเห็ดยกใหญ่
แล้วจึงสะบัดงอนออกไป
“จั่วจั่วโย่วโย่วมานี่ ข้าจะนอนบ้าง”
