"จี้ซื่อจื่อคนไหนกัน?"
ชายผู้นั้นมีกลิ่นสุราติดตัว คำพูดของเขายโสโอหังยิ่งนัก
"ดินแดนห่างไกลกันดารเช่นนี้ ต่อให้ไม่ต้องซื้อม้าแม้แต่ตัวเดียว ถึงจะแย่งชิงมา พวกเขาจะทำอะไรข้าได้?"
ที่หลิวหูกล้าพูดเช่นนี้ก็เพราะตระกูลของเขามีอำนาจมีบารมี ในเมืองหลวง องค์จักรพรรดิยังให้เกียรติตระกูลของเขายิ่งนัก
เพราะตระกูลของเขาเป็นตระกูลของพระสวามีองค์หญิงฮุ่ยหลิง
และองค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบัน แทบจะเชื่อฟังองค์หญิงฮุ่ยหลิงทุกอย่าง
เขาอยากได้ม้าสักตัว ในที่ห่างไกลเช่นนี้จะไม่ได้หรือ?
"คุณชาย เป็น...เป็นตระกูลจี้ ตระกูลจี้ที่เคยเป็นกั๋วกงพิทักษ์แคว้นน่ะขอรับ"
ความเมาของหลิวหูจางหายไปบ้างในทันใด
"จี้เยี่ยนอันหรือ?"
เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เขาก็ขมวดคิ้ว "เขายังไม่ตายอีกหรือ? ไม่ใช่บอกว่าโดนพิษจนใกล้จะไม่ไหวแล้วหรือไง?"
"อีกอย่างตระกูลจี้กลายเป็นอดีตไปแล้ว จี้เยี่ยนอันในตอนนี้ก็แค่หมาจรจัดไร้รากเหง้าเท่านั้น"
ได้ยินคำพูดนี้ เสี่ยวเอ้อข้างๆ ก็เหงื่อแตกพลั่กด้วยความตกใจ
"ไม่เหมือนกันขอรับคุณชาย จี้ซื่อจื่อในดินแดนมั่วเป่ยแห่งนี้ ยังมีหน้ามีตามากพอสมควร แม่ทัพหลายท่านที่นี่ล้วนให้เกียรติเขายิ่งนัก"
"แล้วอย่างไรเล่า?"
หลิวหูไม่แยแสแม้แต่น้อย "พวกเขาจะกล้าฆ่าหลิวหูข้าเพื่อจี้เยี่ยนอันงั้นหรือ? พวกเขาก็แค่หมาแสนซื่อขององค์จักรพรรดิ คิดจะก่อกบฏหรืออย่างไร?"
พอพูดจบ เสี่ยวเอ้อก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป
ในใจด่าไอ้โง่นี้แทบตาย อยากตายก็ไปตายคนเดียว อย่าลากข้าไปด้วยเลย!
