“ข้าเองก็คาดไม่ถึง ไอ้เด็กสารเลวนั่นลงมือได้โหดเหลือเกิน ยังเอาขนมเปี๊ยะน้ำตาลร้อน ๆ ฟาดใส่หน้าข้าอีก แถมยังทิ่มตากับทึ้งผมข้าด้วย”
ที่สำคัญคืออกของเขา ถูกไอ้เด็กนั่นถีบไปหลายที เจ็บจนแทบลมจับ
ใครจะไปคิดว่าเด็กตัวเล็กจะงัดท่าพลิกแพลงออกมาได้มากมายในเวลาสั้นเพียงนั้น
“พอแล้ว รีบกลับก่อนเถอะ”
พวกเขาหาได้ล่วงรู้ไม่ว่า คนที่ตกเป็นเป้าสนทนาของตน ยามนี้กำลังย่องตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ
เจียงอวิ๋นซุ่ยลังเลอยู่ชั่วอึดใจ ว่าจะไปตามหาจี้เยี่ยนอันหรือสะกดรอยพวกพ่อค้ามนุษย์ดี สุดท้ายนางก็เลือกตามพวกมันไปก่อน
ค่อยว่ากันหลังจากหาที่ซ่องสุมของพวกมันเจอ
เมื่อสบตาพ่อค้ามนุษย์พวกนั้น เจียงอวิ๋นซุ่ยก็กำหมัดแน่น รัวต่อยใส่อากาศเบื้องหน้าราวกับระบายอารมณ์
น่าเสียดาย สู้ไม่ได้เลยสักคน ต่อให้คนเดียวยังสู้ไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเป็นกลุ่ม
นางตามพวกมันมาถึงร้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เห็นพวกมันทักทายผู้เฒ่าเจ้าของร้านกับเสี่ยวเอ้อ
แล้วยังสังเกตว่าผู้เฒ่าเจ้าของร้านกับเสี่ยวเอ้อ พอพวกมันเข้าร้านไปก็ชะเง้อมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง เจียงอวิ๋นซุ่ยก็เข้าใจทันทีว่าคนพวกนี้เป็นพวกเดียวกับพ่อค้ามนุษย์กลุ่มนั้น
นางรีบตามพวกมันขึ้นบันไดไปติด ๆ
เห็นพวกมันเปิดประตูห้องในสุดของชั้นบน
เจียงอวิ๋นซุ่ยกลัวพวกมันจะปิดประตูใส่หลังเข้าไป นางจึงวิ่งเหยาะ ๆ พุ่งตัวแทรกเข้าไปในจังหวะที่คนสุดท้ายยังเข้าไม่พ้นประตู
“โอ๊ย เมื่อกี้มีอะไรมากระแทกข้า”
ชายที่เดินรั้งท้ายก้มลงมองอย่างระแวดระวัง แต่ก็ไม่พบสิ่งใด
