ซ่งจิ้นและพวกไม่เชื่อจึงลองดู
ไก่โต้งสองตัวฉลาดอย่างเห็นได้ชัด
ฟังคำสั่งคนเข้าใจ แต่ไม่ยอมทำตาม
แถมยังส่งสายตาดูแคลนให้อีก
ท่ายโสโอหังนั่นชวนให้อยากจัดการยิ่งกว่าจี้เยี่ยนอันเสียอีก
ซ่งจิ้นมองแล้วคันไม้คันมือ “ข้าอยากตบพวกมันสักฉาดสองฉาดจริง”
หนานซูยุยง “เจ้าลองดูหรือไม่ ข้าเองก็อยากตบ แต่สู้พวกมันไม่ได้แน่”
ซ่งจิ้นหัวเราะหึสองครั้ง เขาดูโง่นักหรือ
“เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าแววตาของไก่สองตัวนี้ดูคุ้นตาประหลาด”
หนานซูเกาหัว “คุ้นตาจริง แต่คิดไม่ออกชั่วขณะ”
ซ่งจิ้น “ลองนึกถึงซื่อจื่อ”
หนานซูตบมือฉาดหนึ่ง “ก็ใช่น่ะสิ ซื่อจื่อของเราก็มักใช้แววตาเช่นนี้มองคน โดยเฉพาะตอนอยู่เมืองหลวง”
“จริงด้วย มิน่าเล่าที่เมืองหลวงถึงมีคนอยากลอบสังหารเขามากมายนัก”
จี้เยี่ยนอัน …………
พวกเจ้าสองคนจะพูดให้ดังกว่านี้อีกสักหน่อยได้หรือไม่
หนานซูรู้สึกต้นคอเย็นวาบ
“เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ซื่อจื่อของเราเกิดมาไม่ธรรมดา สูงส่ง เฉลียวฉลาด นี่คือแววตาเปี่ยมปัญญาชัด ๆ มิใช่หรือซื่อจื่อ ฮิ ๆ ๆ …”
จี้เยี่ยนอันปรายตามองเขาอย่างเย็นชา พร้อมเปล่งสองคำ “หุบปาก”
หนานซูหุบปากทันที แล้วหลบไปยืนข้าง ๆ อย่างน้อยใจ
เขาไม่ได้พูดก่อนสักหน่อย
เจียงอวิ๋นซุ่ยเลื่อนสายตาเล็ก ๆ จากไก่สองตัวไปยังจี้เยี่ยนอัน
อืม ดูเหมือนจะคล้ายกันจริง
โดยเฉพาะแววตาตอนแรกเจอกัน แทบจะเหมือนไม่มีผิด
