นั่นมิใช่สิ่งสำคัญที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือ ณ เบื้องลึกสุดของถ้ำนี้มีแท่นหินใหญ่ยื่นออกไปด้านนอก
และยังมีต้นไม้ขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง
ยามนี้ ระหว่างแท่นหินใหญ่กับต้นไม้นั้น มีรังนกขนาดมหึมาตั้งอยู่
ภายในรัง มีลูกนกขนร่วงสองตัวกำลังจิกกัดกันไปมา
การปรากฏตัวของเจียงอวิ๋นซุ่ยทำให้พวกมันหันมาจ้องนางเป็นตาเดียว
เจียงอวิ๋นซุ่ยยกมือน้อยๆ โบกทักทายพวกมัน
“เอ่อ...พวกเจ้าสวัสดี”
นี่คือลูกอินทรีหรือ
เจียงอวิ๋นซุ่ยกำลังคิดเช่นนั้น ก็ได้ยินเสียงร้องของอินทรีแว่วมา
จากนั้น อินทรีทองสองตัวที่ร่างใหญ่โตกว่าอินทรีธรรมดามากก็โผบินลงมา
พอพวกมันยืนหยัดมั่นคง สายตาก็จับจ้องมาที่เจียงอวิ๋นซุ่ย
เจียงอวิ๋นซุ่ย “...”
ต้องขออภัยที่รบกวนด้วย
นางหันหลังหมายจะวิ่งหนี เพราะนกใหญ่ถึงสองตัวนี้สู้ไม่ได้ ไม่มีทางสู้ได้เลย
ทว่าหนีไม่พ้น ถูกอินทรีทองตัวหนึ่งใช้กรงเล็บเกี่ยวอาภรณ์ลากกลับไป
ร่างร่วงลงในรังนก เจียงอวิ๋นซุ่ยตื่นตระหนกหวาดหวั่น
“อย่ากินข้าเลย เนื้อข้าไม่อร่อย!”
มือน้อยกดทับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเย็นเยียบ เมื่อก้มลงมองนางก็สูดหายใจเฮือก
งูตัวใหญ่เสียจริง!
ทว่าเป็นงูใหญ่ที่ตายแล้ว
ตัวมันยังใหญ่กว่าท่อนแขนอวบอ้วนของนางเสียอีก
อินทรีทองตัวหนึ่งกำลังฉีกเนื้องูป้อนให้เจ้าตัวเล็กสองตัว
อินทรีทองที่โตเต็มวัยสองตัวนั้นหาได้ทำร้ายนางไม่ เพียงแต่เอียงคอจ้องมองด้วยความสงสัย
คล้ายกำลังฉงนว่านางคือสิ่งใด
เพื่อรักษาชีวิตน้อยของตน เจียงอวิ๋นซุ่ยจึงรีบเร่งผลิตหยาดน้ำค้างทิพย์ออกมาบนฝ่ามือ
