ถูกจับหันหน้าเข้าหาลำต้นไม้ ต้องยืนสำนึกผิดอยู่เช่นนั้น เจียงอวิ๋นซุ่ยเบ้ปาก เกานิ้วเล่นพลางถลึงตาใส่เสิ่นชิงจู๋แล้วจึงดึงเสื้อตนเองไปด้วย
ชั่วเวลาไม่นานก็ลุกลี้ลุกลนนับไม่ถ้วน
เสิ่นชิงจู๋กอดอกยืนมองนางจากเบื้องบน
"ทางนั้นเป็นหน้าผา บัดนี้หมอกหนาถึงเพียงนี้ ด้วยโชคร้ายของเจ้าหากวิ่งไปไม่เห็นทางแล้วพลัดตกลงไปจะทำเช่นไร"
เจียงอวิ๋นซุ่ยสูดจมูกฟืดฟาด ปากแข็งนัก "เป็นไปไม่ได้ ยังเหลือทางอีกตั้งไกลเชียวนะ"
เสิ่นชิงจู๋ "หากเผลอเหยียบก้อนหิน เท้าพลาดแล้วกลิ้งตกลงไปเล่า"
"หรือหากทิศทางที่เจ้าเดินผิด แล้วพลาดท่าก้าวสู่อากาศธาตุ"
"หรือถูกแมลงอะไรสักอย่างจู่โจม เจ้าวิ่งไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้วิ่งไปนานเท่าใด..."
อุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงสารพัดรูปแบบล้วนถูกเสิ่นชิงจู๋เอ่ยจนสิ้น
เจียงอวิ๋นซุ่ย "ข้าจะโชคร้ายถึงเพียงนั้นได้อย่างไร"
จี้ลู่ได้ทีจึงเอื้อนเอ่ยแก้ต่างให้นาง
"ก็ใช่น่ะสิ"
เจียงอวิ๋นซุ่ยยังไม่ทันดีใจ ก็ได้ยินจี้ลู่กล่าวต่อ
"อาจร้ายกว่านั้นอีก อย่างเช่นจู่ๆ มีหมูป่าหรือกวางพุ่งออกมา ชนนางกระเด็นลอยไป"
"หรือถูกก้อนหินที่ลอยละลิ่วมากระแทกใส่ ตกหน้าผาไปเลย"
เจียงอวิ๋นซุ่ย ........
"เจ้าอย่าเพิ่งโกรธ ลองบอกข้าหน่อยว่าเรื่องเหลือเชื่อเหล่านี้เกิดกับเจ้ามันสมเหตุสมผลหรือไม่"
"อย่างหุบเขาเมื่อคราวก่อน พวกเราล้วนไม่เป็นไร มีเจ้านี่แหละที่เหยียบลูกสนแล้วกลิ้งติ้วลงไป ยังถูกงูพิษกัดอีก หากเป็นคนอื่นคงได้ไปเกิดใหม่แล้ว"
