เจียงอวิ๋นซุ่ยร้อง ‘หา?’ อย่างงุนงงพลางก้มหน้ามอง จึงพบว่าในมือน้อย ๆ ของนางยังกำของบางอย่างไว้
“ไม่รู้เพคะ อาจจะกลิ้งตกลงไปในร่องน้ำแล้วคว้าติดมือมาโดยบังเอิญ”
“อ้อ ยังมีเสี่ยวเฝิ่นอีก”
เจียงอวิ๋นซุ่ยล้วงเข้าไปในอกเสื้อแล้วดึงงูน้อยตัวหนึ่งออกมา
เจ้าตัวเล็กมึนงงไปหมดแล้ว
ตอนกลิ้งตกลงไป เห็นได้ชัดว่าถูกทับ
การอยู่กับเจียงอวิ๋นซุ่ย ต้องมีใจพร้อมจะบาดเจ็บได้ทุกเมื่อ
แต่ยังดีที่ดวงแข็ง ยังไม่ตาย
เจียงอวิ๋นซุ่ยยัดน้ำค้างทิพย์ให้เสี่ยวเฝิ่นเอง พลางลูบลำตัวงูน้อย เจ้าตัวเล็กก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในพริบตา
“นี่คือเมล็ดโสม”
เจียงอวิ๋นซุ่ยเบิกตากลมโต
นี่แสดงว่าเบื้องล่างมีโสมหรือไม่
เสิ่นชิงจู๋ “ข้าลงไปดูเอง”
ในฐานะหมอ เมื่อเห็นสมุนไพรชั้นดีก็อดไม่ได้ที่จะอยากเก็บเข้าครอบครอง
ไม่รู้ว่าโสมต้นนั้นอายุกี่ปี ถ้าน้อยปีก็ช่างเถิด
หากอายุมาก โดยเฉพาะเกินร้อยปีขึ้นไป ก็ต้องขุดขึ้นมาไม่ว่าอย่างไร
เสิ่นชิงจู๋จัดแจงข้อเท้าที่เคล็ดให้เจียงอวิ๋นซุ่ยแล้ว ก็ไต่ไปตามไหล่เขา
ไม่นานก็พบโสมต้นนั้นบนไหล่เขา
และ… งูพิษร้ายสีเงินเกล็ดวงตัวหนึ่งที่ถูกทับซะมึนงงไปแปดส่วน
เสิ่นชิงจู๋ …………
“เจียงอวิ๋นซุ่ย เจ้าลองดูซิว่าบนร่างเจ้ามีรอยถูกกัดหรือไม่ ที่นี่มีงูวงแหวนเงินอยู่ด้วย!”
เสียงของเสิ่นชิงจู๋ดังมาจากเบื้องล่าง ชั่วพริบตาสายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่เจียงอวิ๋นซุ่ย
เจียงอวิ๋นซุ่ยชี้ไปที่บั้นเอวด้านข้างของตน
“ตรงนี้รู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ เล็กน้อย”
