ซ่งจิ้นนั่งลงพิจารณารายละเอียดบนผืนนั้นอย่างละเอียด
แล้วเรียกคนที่เคยไปป้อมค่ายมาสอบถามอีกสองสามคน สุดท้ายสรุปได้ว่าส่วนใหญ่ตรงกับข้อเท็จจริง
ส่วนที่คลาดเคลื่อนล้วนเป็นเพราะเพิ่งไปเพียงครั้งเดียว ยังมีอีกหลายแห่งที่ยังมิได้สำรวจพบ
ฟ่านเหอตื่นเต้นพลางว่า “เนื้อความบนนี้ส่วนใหญ่เป็นจริง หากมีสิ่งนี้ ทั้งยังรู้จำนวนคนที่แน่นอนในป้อมค่าย การบุกโจมตีก็จะง่ายขึ้นมาก”
ซ่งจิ้นว่า “อย่าดีใจเร็วเกินไป สำคัญที่สุดคือรองหัวหน้าสามนั่น”
“หากข้ามิได้คาดผิด รองหัวหน้าสามนั่นน่าจะเกี่ยวข้องกับองค์ชายแปดแห่งชนเผ่าป่าเถื่อน”
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เขา
ซ่งจิ้นเคยอยู่ข้างกายองค์ชายสามแห่งชนเผ่าป่าเถื่อนมาเก็บหนึ่ง ย่อมรู้จักแคว้นนั้นมากกว่าผู้อื่นอยู่บ้าง
“องค์ชายแปดแห่งชนเผ่าป่าเถื่อน เป็นโอรสที่เกิดจากอ๋องชาวป่าเถื่อนกับสตรีชาวจงหยวน แต่ก่อนหน้านั้นมิใช่ไม่มีองค์ชายที่เป็นลูกครึ่งจงหยวนกับชาวป่าเถื่อน เพียงแต่ล้วนอยู่ไม่ถึงวัยผู้ใหญ่”
ดังนั้น องค์ชายแปดเลือดผสมผู้นี้ที่อยู่รอดมาจนเป็นผู้ใหญ่ รวมทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหลังเขา ช่างมีเล่ห์เหลี่ยมคาดไม่ถึง
“องค์ชายแปดเยลู่ชานผู้นี้เชี่ยวชาญการยืมมือผู้อื่นสังหารที่สุด ตามธรรมดาเขาก็ถูกกลั่นแกล้งไม่น้อยเช่นกัน แต่คนที่กลั่นแกล้งเขา วันรุ่งขึ้นหรือพักหนึ่งล้วนเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ทว่ายังสืบไม่เคยถึงตัวเขาเลย”
