เมื่อพบสุนัขสองตัวที่กำลังเล่นตะกร้อหวายอยู่ อวิ๋นซุ่ยก็ถอนหายใจ
“ขนของพวกเจ้านี่ขึ้นช้าจริงหนอ”
ขึ้นมาได้นิดหน่อย แต่ไม่มาก ยังคงอัปลักษณ์อยู่
ไม่มีอะไรทำ อวิ๋นซุ่ยจึงแวะเดินเที่ยวตลาดเสียเลย
ดูสิว่าวันนี้จะซื้อของอะไรได้บ้าง
อวิ๋นซุ่ยไปหยิบถุงเงินน้อยของนางในห้อง ข้างในมีเหรียญทองแดง ก้อนเงิน แล้วก็เห็ดทองคำ
เงินก้อนโตที่จี้เยี่ยนอันให้รางวัล นางเก็บใส่หีบไม้ใบหนึ่งซ่อนไว้หมด
หลังเก็บของดีแล้ว อวิ๋นซุ่ยก้าวขาสั้น ๆ กระโดดโลดเต้นออกไปข้างนอกเหมือนกระต่ายน้อย
สุนัขสองตัวที่แม้จะสูงเกือบเท่านางแล้ว แต่ขนร่วงดูอัปลักษณ์ ก็คอยอารักขาอยู่ซ้ายขวา
อืม ท่วงท่าของสุนัขทั้งสองนี้ดึงดูดสายตาเกินไปแล้ว ระหว่างทางจึงมีคนจำนวนมากมองมาทางนาง
แม่นมโจวหวีผมให้อวิ๋นซุ่ยเหมือนหูกระต่ายสองข้าง ประดับด้วยลูกบอลขนเล็กสองลูก สวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน ทั้งร่างเปล่งประกายความน่าเอ็นดูและนุ่มละมุนจนอยากฟัด
“ท่านลุง สิ่งนี้ขายอย่างไรหรือ”
เห็นลุงคนหนึ่งขายของสานจากหญ้า หลัก ๆ ขายพวกกระด้งหวาย
แต่อวิ๋นซุ่ยหมายตากระต่ายน้อยกับสุนัขที่สานจากหญ้าซึ่งเขาวางไว้ตรงมุม
“คุณหนู ของเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ข้าสานไว้หลอกหลานที่บ้าน หากคุณหนูชอบ ก็…ตัวละสามอีแปะแล้วกัน”
“ข้าเอาทั้งหมด”
“ท่านลุง สมมติได้สิ่งอื่นอีกหรือไม่”
อวิ๋นซุ่ยร่างน้อยนั่งยอง ๆ อยู่หน้าร้านเล็กของลุง เงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นถามด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม
