กุ้ยโจวมีภูเขามากมาย
เจียงอวิ๋นซุ่ยเคยได้ยินคำกล่าวนี้จากปากของซ่งจิ้นและเสิ่นชิงจู๋เท่านั้น แต่มิรู้ว่ามากมายเช่นไร
ล้วนกล่าวว่าหนทางสู่เสฉวนยากลำบาก
ทว่ากุ้ยโจวแห่งนี้ ก็ยากลำบากยิ่งนัก
ยากลำบากตรงที่มีขุนเขาซ้อนทับกันหลายชั้น หากผู้ใดติดอยู่ในหุบเขาลึก โดยไม่รู้เส้นทางแล้วต้องการจะออกไป นับว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย
พวกเขาโดยสารม้า เดินทางตามถนนหลวง อ้อมผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า เมื่อเข้าสู่เขตภูเขาแล้ว มองออกไปไกลสุดสายตา นอกจากภูเขาก็ยังเป็นภูเขา
เจียงอวิ๋นซุ่ยกับเสิ่นชิงจู๋นั่งอยู่บนหลังม้าตัวเดียวกัน นางนั่งอยู่ด้านหน้า ยืดคอเล็กๆ มองไปรอบทิศ
“มีแต่ภูเขาเต็มไปหมด เช่นนั้นผู้คนที่นี่ปลูกพืชไร่กันอย่างไร?”
พืชผลหลักในยามนี้คือข้าวและข้าวสาลี
แต่เห็นได้ชัดว่า แถบกุ้ยโจวมีที่ราบน้อยเกินไป พื้นที่ที่สามารถปลูกข้าวได้ก็น้อย
เสิ่นชิงจู๋กล่าวว่า “ในเมื่อสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้ เช่นนั้นย่อมต้องมีหนทางเอาตัวรอดที่สอดคล้องกัน”
“ที่นี่ภูเขามาก หนทางยากแก่การซ่อมแซม แม้แต่ถนนหลวงยังทรุดโทรมถึงเพียงนี้ ฉะนั้นผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็ยากจนยิ่ง”
“ขุนเขาแร้นแค้นผืนน้ำโหดร้ายให้กำเนิดชนใจทราม แม้จะไม่ใช่ทุกแห่งหนจะเหมาะกับคำกล่าวนี้ แต่ราษฎรในท้องที่เหล่านี้ ไม่ว่าชายหรือหญิง นิสัยล้วนห้าวหาญกว่าผู้อื่น เพียงแต่คนเช่นนี้ หากปราบได้แล้วก็จะจงรักภักดีที่สุด”
เสิ่นชิงจู๋อธิบายให้เจียงอวิ๋นซุ่ยฟังอย่างละเอียด
“อย่ามองว่าแถบกุ้ยโจวภูเขามาก หนทางย่ำแย่ กลับมีชนเผ่าต่างๆ อาศัยอยู่มากมายหลายเผ่า หนึ่งในนั้นเผ่าแม้วซึ่งเป็นเผ่าใหญ่ที่สุดก็อยู่ที่นี่ด้วย”
